เวินม่านเยวี่ยกระแอมเบา ๆ ก่อนพูดต่อว่า
“ฉันรู้ว่าในสายตาของคุณ บางทีอาจคิดว่าอาเจิ้งหลอกลวงฉัน แต่ความจริงฉันมีสติดี ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร และรู้ด้วยว่าคนแบบไหนที่ฉันชอบ
ถึงอาเจิ้งจะอายุมากกว่าฉัน แต่การอายุมากกว่าไม่ใช่ข้อเสีย เขาดีกับฉันมาก ทั้งอ่อนโยน เอาใจใส่ และรู้ว่าฉันชอบอะไร ไม่ชอบอะไร...
เพราะฉะนั้นคุณน้าหลิน คุณลุงฟู่ ฉันหวังว่าพวกคุณจะเข้าใจ ยอมรับ และสนับสนุนความสัมพันธ์ของเรานะคะ”
สีหน้าและน้ำเสียงของเวินม่านเยวี่ยจริงจังหนักแน่น จนคุณย่าฟู่กับคุณปู่ฟู่พลอยซาบซึ้งไปด้วย
ฟู่เจิ้งที่อยู่ข้างเธอยิ่งรู้สึกตื้นตัน ดวงตาแดงเรื่อ ปลายจมูกพลันแสบขึ้นมาเล็กน้อย มือที่กุมมือเธอไว้กระชับแน่นขึ้นนิดหนึ่ง
เยวี่ยเยวี่ยของเขาช่างแสนดีเหลือเกิน
เดิมทีคุณย่าฟู่โกรธเพราะคิดว่าฟู่เจิ้งหลอกลวงเวินม่านเยวี่ย แต่เมื่อได้ฟังคำอธิบายของเวินม่านเยวี่ย ตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่าตนเองอาจเข้าใจผิดไป
แม้ความโกรธในใจจะมลายไปแล้ว แต่สีหน้ายังคงเคร่งขรึม พลางกำชับฟู่เจิ้งอย่างเข้มงวด
“ไม่รู้จริง ๆ ว่าชาติก่อนแกทำบุญอะไรไว้ ถึงได้มาอยู่กับเยวี่ยเยวี่ยของเราได้ แต่ฟู่เจิ้ง ฉันยังต้องเตือนแกไว้ ถ้าอยากอยู่กับเยวี่ยเยวี่ยก็ต้องดีกับเธอให้มาก เข้าใจไหม?
ถ้าแกกล้ารังแกเธอ ทำให้เธอต้องเสียใจ ต่อให้เป็นลูกแท้ ๆ ของฉัน ฉันก็ไม่ปล่อยแกไว้แน่!”
ฟู่เจิ้งหันไปมองเวินม่านเยวี่ย แววตาและสีหน้าอ่อนโยนราวสายลมวสันต์พัดผ่าน เปี่ยมด้วยความรักและเอ็นดู
