เจียงหนานกัดซาลาเปาไส้เนื้อ พลางเหลือบมองโจวเสี่ยนด้วยรอยยิ้มเย็นชา
“ก็แน่นอนสิ ฉันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เรียนจบจากหมู่บ้านซิ่วสุ่ย จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิดก็ถูกแล้ว ตอนเรียนอาจารย์ยังชมเลยว่าฉันมีความคิดก้าวหน้า ไม่งั้นจะให้ฉันเป็นหัวหน้าห้องแทนนายได้ยังไงล่ะ”
โจวเสี่ยนได้ยินย่าของเขาเล่าว่าเจียงหนานกลับมาแล้วไม่มีงานทำ เอาแต่หมกตัวอยู่บ้านทั้งวัน ซื้อของจนผลาญเงิน
เขาคิดว่าคนที่ออกไปข้างนอกแล้วไปไม่รอดจนต้องกลับบ้านมาเกาะพ่อแม่อย่างเจียงหนาน พอได้เจอเขาอีกครั้งคงต้องหงอไปบ้าง ไม่คิดเลยว่ายังทำท่าหยิ่งผยองได้เหมือนเดิม
โจวเสี่ยนโมโหจนแทบควันออกหู
เขาชี้ไปยังรถที่จอดอยู่ในลานบ้าน สีหน้าหงุดหงิดจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่
“เจียงหนาน เห็นหรือยัง รถคันใหม่ที่ฉันเพิ่งซื้อ ราคา 200,000 หยวน!”
“เป็นหัวหน้าห้องแล้วไง เธอมีปัญญาซื้อรถแพงขนาดนี้หรือเปล่า?”
“เรียนเก่งแล้วมีประโยชน์อะไร สุดท้ายก็อยู่ข้างนอกไม่รอดจนต้องหอบข้าวของกลับมาจากเมืองซ่างจิงอยู่ดี”
“ยังกล้ามาพูดจาโอ้อวดใส่ฉันอีกนะ ไม่อายบ้างหรือไง”
เจียงหยวนหยวนกำลังตากผ้าอยู่ในลานบ้าน คุยกับหานเจิ้งกังเรื่องรับส่งพัสดุอยู่สองสามคำ โรงงานของพวกเธอก็มีพัสดุที่ต้องส่งอยู่บ่อย ๆ แต่แถวนี้ไม่มีจุดรับส่งพัสดุ ส่วนพัสดุรายชิ้นก็ไม่มีใครมารับ ทุกครั้งจึงต้องเดินทางไปไกล
ระหว่างที่กำลังคุยกัน เธอก็ได้ยินเสียงเจียงหนานกับโจวเสี่ยนจากข้างนอก
โจวเสี่ยนพูดจาไม่ไว้หน้า หานเจิ้งกังพลันเปลี่ยนสีหน้า
เขาหันไปถามเจียงหยวนหยวนว่า “เราควรออกไปดูไหมครับ”
เจียงหยวนหยวนยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอก เสี่ยวหาน เด็กบ้านโจวคนนั้นเถียงซานย่าไม่เคยชนะตั้งแต่เด็กแล้ว ซานย่าไม่เสียเปรียบหรอก”
เจียงหยวนหยวนพูดต่อจากเรื่องเมื่อครู่ “เสี่ยวหาน ถ้าอย่างนั้นต่อไปคงต้องรบกวนให้คุณมารับพัสดุแล้วนะ ฉันจะบอกเพื่อนร่วมงานให้มาส่งของกับคุณ”
