เจียงหนานพูดจบก็หันหลังเดินกลับบ้านทันที
แทนที่จะเสียเวลาพูดไร้สาระกับโจวเสี่ยน สู้กลับไปพักผ่อนดีกว่า
ช่วงเช้าเธอเดินอยู่ในไร่ข้าวโพดตั้ง 2 ชั่วโมง ตอนบ่ายก็ไปไลฟ์อีก 3 ชั่วโมง นอกจากคอแห้งผากแล้ว ขาก็ล้า ฝ่าเท้าก็เจ็บ แถมเหงื่อยังชุ่มตัว เหนียวเหนอะหนะไม่สบายเอาเสียเลย
ตอนนี้เธอแค่อยากกลับไปอาบน้ำ แล้วนอนแผ่สบาย ๆ บนเตียง รอกินมื้อเย็น
โจวเสี่ยนถูกเจียงหนานด่าจนยืนอึ้ง
เขามองแผ่นหลังของเธอที่เดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองอย่างตะลึงงัน
เจียงหนานบ้าไปแล้วหรือไง! โอกาสดี ๆ แบบนี้ยังไม่เอาอีก!
ไม่รู้ว่าใครแถว ๆ นั้นหัวเราะออกมา
ยังมีคนกระซิบว่า “ลูกสาวคนที่สามของตระกูลเจียงก็ยังใจเด็ดเหมือนเดิม ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็มีความหยิ่งทะนงอยู่เต็มตัว”
หน้าโจวเสี่ยนแดงก่ำ เขาจ้องคนพูดแล้วตวาดว่า
“ตอนนี้เจียงหนานไม่มีปัญญาหาเงินด้วยซ้ำ เอาแต่นอนกินเงินพ่อแม่อยู่ในหุบเขากันดารนี่ ยังจะมีอะไรให้หยิ่งอีก!”
“ก็แค่รักหน้าจนต้องทนลำบากเอง แถมยังลากตระกูลอู๋ให้ลำบากไปด้วย!”
“พวกแกคอยดูเถอะ ว่าสุดท้ายตระกูลอู๋จะลงเอยยังไง!”
โจวเสี่ยนกลับบ้านไปด้วยความโมโห จากนั้นในบ้านก็เกิดเสียงทะเลาะกันขึ้นอีกครั้ง
ดูเหมือนเขากำลังต่อว่าย่าของตัวเองอยู่
เพื่อนบ้านแถวนั้นไม่ได้สนใจเรื่องนี้ โจวเสี่ยนเป็นแบบนี้กับย่ามาตั้งแต่เด็กแล้ว
หวังเหล่าไท่รักหลานชายหัวแก้วหัวแหวนมาก เวลาต่อหน้าคนอื่นเธอวางอำนาจเต็มที่ แต่พอเห็นหลานชายกลับหงอขึ้นมาทันที หลานจะพูดอะไรใส่เธอก็ไม่เป็นไร
ทุกคนชินกันมานานแล้ว
พวกเขาสนใจเรื่องของเจียงหนานกับตระกูลอู๋มากกว่า
คนจากหลายบ้านมารวมกลุ่มคุยกัน
“พวกเธอว่าเมื่อกี้ทำไมเจียงหนานถึงไม่ยอมขอร้องโจวเสี่ยน ลุงอู๋ดีกับเจียงหนานขนาดนั้น แค่พูดคำเดียวก็ช่วยลุงอู๋ได้ตั้งเยอะ ทำไมถึงไม่ยอมล่ะ”
“ก็เป็นสาวน้อยคนหนึ่ง จะให้ไปขอร้องคนต่อหน้าคนตั้งเยอะ เธอคงอายแหละ”
“ลุงอู๋ดีกับเธอแค่ไหนก็เป็นคนนอก จะเสียหน้าเพราะคนนอกไปทำไม”
มีคนถอนหายใจ “น้ำใจคนเรานี่บางเหมือนกระดาษจริง ๆ ฉันนึกว่าลูกสาวคนที่สามของตระกูลเจียงเป็นคนมีน้ำใจเสียอีก”
