ตอนป้าหวังกลับถึงบ้านก็ปวดเอวปวดหลังไปหมด ตอนแรกหลังเซ็นสัญญาขายข้าวโพดที่บ้านหวังเหล่าไท่เสร็จ เธอก็ตั้งใจจะกลับเลย
แต่หวังเหล่าไท่บอกว่าหลานชายของเธอบ่นว่าครัวที่บ้านสกปรก แถมเธอก็อายุมากแล้ว หลายจุดต้องปีนขึ้นปีนลงเพื่อทำความสะอาด ขาก็ไม่ค่อยดี ทำเองไม่ไหว เลยเรียกให้เธอกับป้าหลี่ช่วยกันเก็บกวาด
ในใจป้าหวังไม่เต็มใจอยู่แล้ว แต่เมื่อครู่เพิ่งไปประจบหลานชายของหวังเหล่าไท่ให้รับซื้อข้าวโพดที่บ้าน จะหันมาปฏิเสธเอาตอนนี้ก็ไม่ค่อยดีนัก
ครัวบ้านหวังเหล่าไท่สกปรกแทบไม่ต่างจากคอกหมู เธอต้องกลั้นหายใจทำงานให้หวังเหล่าไท่อยู่ทั้งบ่าย
หวังเหล่าไท่ก็ขี้เหนียวเหลือเกิน เรียกพวกเธอมาช่วย แต่ตอนเที่ยงกลับยกกับข้าวเหลือ ๆ มาให้กินแค่สองจาน
กับข้าวพวกนั้นเริ่มมีกลิ่นแล้ว กินเสร็จท้องเธอก็ไม่สบายมาตลอด
ถ้าไม่เห็นแก่ที่โจวเสี่ยนช่วยแก้ปัญหาเรื่องข้าวโพดให้บ้านเธอ เธอคงกลับไปตั้งนานแล้ว
พอกลับถึงบ้าน ป้าหวังเพิ่งนั่งพักได้ครู่เดียว สามีก็ขึ้นเสียงใส่เธอ
“นั่งทำไม นี่กี่โมงแล้ว ยังไม่ไปทำกับข้าวอีก หรือคืนนี้จะไม่กินข้าวกัน?”
“บอกให้เธออยู่ห่าง ๆ หวังเหล่าไท่ไง ยายแกนั่นชอบหาเรื่อง วัน ๆ เอาแต่ไปคลุกคลีอยู่ด้วยกัน”
“หายไปทั้งบ่าย ไปทำงานให้บ้านคนอื่น เธอนี่โง่จริง ๆ”
ตอนเที่ยงป้าหวังโทรหาสามี บอกเขาว่าตอนบ่ายจะไปช่วยงานที่บ้านหวังเหล่าไท่ เลยไม่กลับมากินข้าว
ตอนคุยโทรศัพท์ สามีพูดอะไรไม่ออกก็จริง แต่ในใจมีแต่ความไม่พอใจ
เพราะเรื่องข้าวโพด สามีถึงกับทะเลาะกับเธอ ช่วงนี้เขาหน้าบึ้งตึงอยู่ทุกวัน
ลูกชายกับลูกสาวของป้าหวังออกไปทำงานข้างนอกกันหมด ที่บ้านเหลือแค่เธอกับสามีแก่ ๆ ทำไร่ทำนา
ชาวนาในชนบทอย่างพวกเขาไม่มีหน่วยงานประจำ ต้องจ่ายเงินสมทบเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง เงินบำนาญหลังเกษียณจึงมีแค่ไม่กี่ร้อยหยวนต่อเดือน
