ลุงอู๋รู้จักตัวอักษรอยู่บ้าง แต่จำได้ไม่หมด ความคิดเห็นในช่องแชตเลื่อนเร็วเกินไปจนแกอ่านไม่ทัน
เจียงหนานบอกว่าทุกคนกำลังทักทายแก แกเห็นตัวเองที่ยืนอยู่ข้างเจียงหนานในโทรศัพท์แล้วรู้สึกว่าตัวเองดูซอมซ่อ กลัวจะทำให้เจียงหนานขายหน้า จึงยกมือจัดผม แล้วดึงเสื้อผ้าที่ยับย่นจากการซักลงแรง ๆ หวังให้มันดูเรียบร้อยขึ้น
เจียงหนานดูออกว่าลุงอู๋กำลังประหม่า จึงยิ้มแล้วพูดกับแกว่า
“ลุงอู๋ ดูสิ ลุงขึ้นกล้องแล้วดูสดชื่นมาก คนในห้องไลฟ์ชมลุงกันใหญ่เลย”
พอได้ยินเช่นนั้น ลุงอู๋ก็ยิ้มเขิน ๆ เหมือนเด็กคนหนึ่ง พลางพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า
“ขอบคุณทุกคนนะ ขอบคุณทุกคน”
ความซื่อบริสุทธิ์ที่ฝังอยู่ในตัวลุงอู๋ทำให้คนในห้องไลฟ์รู้สึกเอ็นดูแกมาก
【ลุงอู๋ยังแข็งแรงกว่าผมตั้งเยอะ อายุเท่านี้แล้วยังลงไปทำงานในนาได้ ผมเพิ่งยี่สิบกว่า ๆ เอง ยังไม่กระปรี้กระเปร่าเท่าลุงเลย】
【ลุงอู๋ รอผมหยุดเรียนแล้วจะไปช่วยงานนะ ลุงต้องช่วยรักษาโรคขี้เกียจของผมให้ได้】
【ลุงอู๋เหมือนคุณตาแก่ ๆ ที่บ้านผมเลย น่ารักแบบผู้ใหญ่】
【ลุงอู๋ดูเป็นคนดีมาก ข้าวโพดที่แกปลูกต้องไม่แย่แน่】
เจียงหนานรู้ว่าลุงอู๋อ่านความคิดเห็นไม่ค่อยคล่อง จึงช่วยอ่านให้ฟัง
ริ้วรอยบนใบหน้าลุงอู๋คลี่ออกเหมือนดอกไม้ แกหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วพูดว่า
“พวกคนหนุ่มสาวก็มีธุระของตัวเอง จะให้มาลำบากในไร่ไม่ได้หรอก ถ้ามาเที่ยวลุงยินดีต้อนรับ แต่ไม่ให้มาทำงานนะ”
“อีกอย่าง ข้าวโพดของทุกบ้านในหมู่บ้านเราปลูกได้ดีเหมือนกันหมด ไม่ใช่มีแค่บ้านลุงที่ปลูกแบบนี้”
ลุงอู๋เป็นคนซื่อสัตย์ คำพูดของแกก็ตรงไปตรงมาเช่นกัน
หลังพูดจบ ลุงอู๋ถึงค่อยรู้ตัวว่าพูดผิดหรือเปล่า จึงมองเจียงหนานตาละห้อย
เจียงหนานกำลังช่วยแกขายข้าวโพด แต่แกกลับบอกว่าของบ้านตัวเองเหมือนกับบ้านอื่น ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย
ถ้าเจียงหนานพูดชมข้าวโพดบ้านแกขึ้นมา คงกลายเป็นสร้างปัญหาให้เจียงหนานเสียเปล่า
เจียงหนานรู้จักลุงอู๋ดี แค่เห็นสายตาก็เข้าใจว่าแกคิดอะไรอยู่
