อาคารหลังนี้ถูกปล่อยร้างมานาน ไม่มีใครดูแล ภายในมีฝุ่นจับหนา อากาศทั้งอับทั้งขมุกขมัว เจียงหนานเดินดูจนครบทุกชั้น ทำความเข้าใจผังของอาคารทั้งหลังอย่างชัดเจน แล้วก็เริ่มรู้สึกแสบจมูกเพราะฝุ่น จึงไม่อยากอยู่ต่อให้นานนัก
ฝุ่นฟุ้งเต็มอาคาร ไม่สะดวกจะยืนคุยกันนาน ๆ เจียงหนานจึงบอกถังจื้อผิงว่าจะออกไปรอข้างนอกก่อน จากนั้นก็พาเซี่ยฮวนเร่งฝีเท้าออกไป
ถังจื้อผิงไม่ได้แปลกใจเลย ในใจไร้ความรู้สึกใด ๆ ภาพที่เห็นตรงหน้าไม่ต่างจากที่เขาคาดไว้แม้แต่น้อย
เขาเดินตามสองสาวไปเงียบ ๆ ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไร พอถึงประตู เขาก็หันกลับไปยกมือขึ้น เสียงกริ๊กดังขึ้น ก่อนจะล็อกแม่กุญแจเหล็กบานใหญ่เก่าคร่ำคร่ากลับเข้าที่อย่างแน่นหนา
ถังจื้อผิงเองก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนประตูบานนี้ถึงจะเปิดอีกครั้ง ความคาดหวังที่ยากจะหักห้ามเมื่อครู่จางหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความนิ่งเฉยสงบเย็น
“คุณผู้หญิงทั้งสอง ดูอาคารแล้วเป็นยังไงบ้างครับ?” ถังจื้อผิงเอ่ยตามมารยาท แม้ในใจจะไม่ได้หวังอะไร อย่างน้อยก็ต้องพูดตามธรรมเนียมสักหน่อย
เซี่ยฮวนก้าวออกไปครึ่งก้าวแล้วพูดขึ้นก่อน “อาคารของคุณปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป อุปกรณ์หลายอย่างข้างในคงใช้ไม่ได้แล้ว ไหนจะฝุ่นจับเต็มไปหมด ระบบน้ำกับไฟฟ้าก็ไม่ได้ใช้งานมาหลายปี ไม่แน่ว่าสายไฟจะเก่าและชำรุดหมดแล้ว ค่าใช้จ่ายปรับปรุงซ่อมแซมทีหลังก็เป็นเงินก้อนโตทั้งนั้น”
ที่เซี่ยฮวนพูดแบบนี้ก็เพราะอยากกดราคา แม้เธอไม่เคยไปทำงานที่โรงงานของครอบครัวเลยสักวัน แต่บ้านทำธุรกิจมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เธอจึงซึมซับวิธีต่อรองราคามาตั้งแต่เด็ก
