อำเภออันหลิงไม่ใช่เมืองใหญ่ วงการธุรกิจยิ่งแคบเข้าไปอีก คนทำมาค้าขายต่างรู้จักมักคุ้นและเคยติดต่อกันมาก่อน
ทันทีที่ถังจื้อผิงเห็นลู่ซือหยวน สีหน้าก็ฉายแววประหลาดใจขึ้นมาทันที เขารีบทักทายว่า “ผู้จัดการลู่ คุณมาที่นี่ได้ยังไงครับ?”
สายตาของเขาเลื่อนไปมาระหว่างลู่ซือหยวนกับเจียงหนาน จู่ ๆ ก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาในใจ และเริ่มคาดเดาความเกี่ยวข้องของทั้งคู่ได้ราง ๆ
ถังจื้อผิงรู้จักทั้งลู่ซือหยวนและลู่กวงหมิงผู้เป็นพ่อ
ธุรกิจของตระกูลลู่ในที่แห่งนี้นับว่าทำได้ดี แต่เท่าที่เขารู้ กิจการของตระกูลลู่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับวงการไลฟ์สดเลย
หรือว่าตระกูลลู่คิดจะขยายธุรกิจข้ามสายงาน เตรียมบุกวงการไลฟ์สดแล้ว?
ลู่ซือหยวนดูออกว่าถังจื้อผิงสงสัยอะไร จึงยิ้มแล้วอธิบายว่า
“คุณถังอย่าเข้าใจผิดครับ นี่ไม่ใช่ธุรกิจของบริษัทเรา สตูดิโอของคุณเจียงกำลังหาทำเลและถูกใจอาคารของคุณ เรื่องเจรจาราคาและการตัดสินใจทั้งหมดคุณเจียงเป็นคนกำหนดเอง ผมแค่มาช่วยจัดการขั้นตอนเอกสารที่เหลือครับ”
พอได้ยินเช่นนั้น ถังจื้อผิงก็ยิ่งประหลาดใจ
ลู่ซือหยวนถึงกับมาช่วยหญิงสาวตรงหน้าจัดการเอกสารด้วยตัวเอง เธอเป็นใครกันแน่?
เขาหันไปมองเจียงหนานอีกครั้ง เห็นเธอนั่งหลังตรงอยู่ฝั่งตรงข้าม ท่วงท่าสง่างาม บุคลิกโดดเด่น สงบนิ่งผ่อนคลายราวกับไม่ใส่ใจสิ่งใด ทั้งยังดูแตกต่างจากคนทั่วไปทุกกระเบียดนิ้ว
ถังจื้อผิงอดตำหนิตัวเองในใจไม่ได้ เขาเข้าใจผิดคิดว่าบุคคลผู้มีบุคลิกโดดเด่นเช่นนี้เป็นแค่คนธรรมดาอีกแล้ว
“คุณเจียง เมื่อครู่ผมเสียมารยาทและต้อนรับคุณไม่ดี ต้องขอโทษด้วยครับ” ถังจื้อผิงกล่าวขอโทษอย่างจริงใจอีกครั้ง
