หวังฟู่กุ้ยเป็นหัวหน้ากลุ่มชาวบ้านของหมู่บ้านพวกเขา จะเรียกว่าหัวหน้าทีมก็ได้
หลายคนเรียกเขาว่าหัวหน้าหวัง
ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มชาวบ้านเป็นแค่เจ้าหน้าที่ระดับล่างสุดของหมู่บ้าน ไม่ใช่ข้าราชการด้วยซ้ำ เป็นแค่เจ้าหน้าที่ตัวเล็ก ๆ ตามหลักแล้วก็ไม่มีผลประโยชน์อะไรให้กอบโกย
แต่หวังฟู่กุ้ยเป็นคนเจ้าเล่ห์ เขาใช้ประโยชน์จากอำนาจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในมือได้อย่างช่ำชอง
ชาวบ้านทั่วไปจะไปขอใบรับรองหรือยื่นเรื่อง เขาก็มักวางมาดเป็นเจ้าหน้าที่ คอยกลั่นแกล้งทั้งต่อหน้าและลับหลัง
ถ้าคิดจะหาเหตุผลไม่ดำเนินการให้ ก็ง่ายมากสำหรับพวกเขา เพราะเป็นฝ่ายจัดการเรื่องต่าง ๆ ปากของพวกเขาย่อมมีน้ำหนักมากกว่าคนที่มาขอ
สุดท้ายก็ไม่ถึงกับไม่ทำให้ แต่จะเล่นแง่ให้คุณต้องวิ่งวุ่นไปมา ถ่วงเวลาได้ก็ถ่วง เรื่องง่าย ๆ ยังทำให้ยุ่งยากซับซ้อนได้
พอคุณทนไม่ไหว เอาของไปให้เขาสักหน่อย เรื่องก็อาจจะง่ายขึ้น
พูดให้ถึงที่สุด ก็แค่อยากได้สินบน
อีกทั้งโครงการบางอย่างที่ได้รับสวัสดิการหรือเงินช่วยเหลือจากเบื้องบนมีโควตาจำกัด เขาจะจัดให้ญาติหรือคนรู้จักของตัวเองยื่นเรื่องก่อน
ถ้าคนธรรมดาไปยื่นเรื่อง เขาก็จะแอบขัดขั้นตอน ทำเอกสารตกหล่น หรือเล่นลูกไม้นิดหน่อย จนคุณยื่นไม่ทันเวลาที่กำหนด
เจียงหนานไม่ชอบพฤติกรรมพวกนี้ของเขา แต่เรื่องนี้ยังไม่ใช่ความขัดแย้งที่ทำให้เธอกับหวังฟู่กุ้ยบาดหมางกันต่อหน้า
เมื่อก่อนหมู่บ้านซิ่วสุ่ยมีบ่อน้ำบาดาลไม่กี่แห่ง จะรดน้ำในนาแต่ละครั้งต้องต่อคิว
ส่วนลำดับคิวนั้นหวังฟู่กุ้ยเป็นคนกำหนด
ทุกครั้งเขาจะจัดญาติของตัวเองไว้ข้างหน้า จากนั้นก็เป็นคนที่สนิทด้วยหรือคนที่เขาไม่กล้ามีเรื่องด้วย
ครอบครัวของเจียงหนานเป็นคนซื่อ ๆ ไม่รู้จักประจบสอพลอเป็นอย่างแรก
อย่างที่สอง พวกเธอมีลูกสาวสามคน เมื่อเทียบกับครอบครัวที่มีลูกชายหลายคนแล้ว ก็ถือเป็น “กลุ่มเสียเปรียบ” หวังฟู่กุ้ยไม่เคยเห็นพวกเธออยู่ในสายตา
ปีนั้นบังเอิญแล้งหนัก ต้นกล้าในนาก็เหี่ยวเฉา ทั้งที่นาของบ้านเจียงหนานอยู่ติดบ่อน้ำบาดาล แต่กลับถูกจัดให้รดน้ำเป็นคิวสุดท้าย
