เจียงหนานไม่ได้พูดเสียงดัง แต่น้ำเสียงหนักแน่น ทุกคำทรงพลังจนคนฟังอดใจสั่นไม่ได้
หยางจิ่งหรานชะงักไป ซ่งเฟยเฟยก็ชะงัก แม้แต่เสี่ยวหวงที่ถือกาแฟเดินเข้ามาก็ยังนิ่งค้าง
เมื่อครู่เสี่ยวหวงยังคิดว่าเจียงหนานคงเป็นคนพูดง่าย แต่ในวินาทีนี้ เขาสัมผัสได้ถึงออร่าที่ไม่เปิดช่องให้ใครโต้แย้งของเธอ
บรรยากาศเช่นนี้ทำให้เสี่ยวหวงหายใจแผ่วลง แม้แต่ตอนวางกาแฟก็ยังระมัดระวังขึ้น
พอวางกาแฟเสร็จ เสี่ยวหวงก็รีบออกจากห้อง ในจังหวะที่หันกลับมาปิดประตูห้องประชุม เขาอดเหลือบมองเจียงหนานไม่ได้
เมื่อครู่เจียงหนานพูดว่า “มรดกภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ไม่เคยเป็นเพียงลูกเล่นฉาบฉวย คุณค่าของมันอยู่ที่การคัดเลือกเส้นไผ่ทีละเส้น ความประณีตในทุกขั้นตอนการสาน ความเคร่งครัดในการตรวจสอบย้อนกลับ และทุกขั้นตอนต้องผ่านการพิจารณาและตรวจสอบได้”
เขาได้ยินแล้ว และรู้สึกว่าตลอดชีวิตนี้คงไม่มีทางพูดประโยคแบบนั้นออกมาได้ เขาคิดว่าสิ่งที่เจียงหนานพูดนั้นดีจริง ๆ
ก่อนหน้านี้หยางจิ่งหรานคิดมาตลอดว่าเจียงหนานเป็นคนอ่อนโยน พูดจาทำอะไรสุภาพ และยินดีปรึกษาหารือกันทุกเรื่อง ทั้งยังเคารพความคิดเห็นของคนอื่นมาก
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสความคมกริบของเจียงหนาน
ท่าทีนี้ไม่มีการต่อรอง และนั่นก็คือเส้นแบ่งที่เจียงหนานเพิ่งพูดถึง
หยางจิ่งหรานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนมองเจียงหนานแล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า
“ผมเห็นด้วยกับที่คุณพูดนะ คุณเจียง”
“แต่ตอนนี้เวลามีจำกัดจริง ๆ ถ้าต้องตรวจสอบบริษัททีละแห่งคงไม่ทัน”
“ผมคิดแบบนี้ บริษัทที่ผมรู้จักดีและส่งสินค้าออกขายมาอย่างต่อเนื่อง เราข้ามการตรวจสอบไปได้ไหม”
“ส่วนบริษัทอื่นที่ผมไม่คุ้นเคย เราค่อยใช้มาตรฐานนี้เป็นเกณฑ์ตรวจสอบ”
“แบบนี้เราก็จะมีสินค้าพร้อมขายไว้จำนวนหนึ่ง และคุณเจียงก็จะไลฟ์ได้สะดวกขึ้น”
