หยางจิ่งหรานวางสาย นั่งสงบสติอารมณ์อยู่หน้าโต๊ะทำงานครู่หนึ่ง
ปกติเขาเป็นคนอัธยาศัยดี พูดจาอะไรก็มักคำนึงถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย พูดจาอ้อมค้อมอยู่เสมอ น้อยครั้งนักที่จะพูดแข็งกร้าวเหมือนวันนี้
เขาไม่คุ้นชินและไม่เคยปรับตัวกับเรื่องแบบนี้
โต๊ะทำงานตั้งชิดริมหน้าต่าง เขาเอียงหน้าเล็กน้อยก็เห็นป่าไผ่นอกหน้าต่าง
ลำไผ่เรียวสูง โอนเอนไปตามสายลม ดูอ่อนนุ่ม แต่หยางจิ่งหรานรู้ว่าไผ่เป็นพืชที่เหนียวแน่นที่สุด
เรื่องนี้ช่างเหมือนเจียงหนานเหลือเกิน
ปกติเจียงหนานปฏิบัติต่อผู้คนอย่างอ่อนโยนและถ่อมตน คำนึงถึงคนรอบข้างทุกเรื่อง นิสัยสงบเยือกเย็นและสุขุม
แต่เธอไม่ได้มีเพียงด้านนี้เท่านั้น หากมีเรื่องใดแตะต้องหลักการหรือเส้นแบ่งที่ยอมรับไม่ได้ เธอก็จะไม่ถอยแม้แต่น้อย จิตใจแน่วแน่ จุดยืนมั่นคง
ท่วงทำนองที่ทั้งแข็งแกร่งและอ่อนโยนเช่นนี้ทำให้หยางจิ่งหรานนับถือ
หยางจิ่งหรานกัดฟัน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรต่อ
เขารู้ว่าการยืนหยัดของเจียงหนานนั้นถูกต้อง เรื่องน้ำใจ เรื่องคนคุ้นเคย เรื่องหน้าและศักดิ์ศรี ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญทั้งนั้น
พอโทรสายแรกไปแล้ว สายต่อ ๆ มาก็ราบรื่นขึ้นมาก ราวกับเส้นลมปราณที่ติดขัดถูกเปิดออก
คำพูดที่ตอนแรกคิดว่าเอ่ยไม่ออก ตอนนี้กลับพูดได้อย่างไม่รู้สึกหนักใจเลย
“คุณหวังครับ เอกสารตรวจสอบข้อมูลส่งไปในมือถือคุณแล้ว ลองดูหน่อยนะครับ”
“ใช่ครับ ต้องตรวจสอบให้เรียบร้อย”
“จะขายได้เท่าไหร่ ผมตอบไม่ได้ครับ บอกได้แค่ว่านี่เป็นโอกาสประชาสัมพันธ์”
“ไม่ใช่สตรีมเมอร์ดังครับ ค่าเปิดช่องขายของของสตรีมเมอร์ดัง คุณก็จ่ายไม่ไหวหรอก”
“เรื่องสตรีมเมอร์คนไหนไม่ต้องห่วงครับ บอกได้แค่ว่าเป็นสตรีมเมอร์ที่ดีและเก่งมาก”
“คุณจ้าว ได้รับเอกสารแล้วใช่ไหมครับ ว่ามาได้เลย”
“ใช่ครับ เรารู้จักกันมาหลายปี ผมไว้ใจคุณอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ไปหาคุณหรอกครับ”
“คุณจ้าว ผมรู้ว่าสินค้าของคุณดีจริงครับ แต่ถ้าเตรียมเอกสารมาไม่ครบ ฝั่งผมก็อนุมัติให้ไม่ได้”
“ดื่มเหล้าได้ครับ รอผมจัดการเรื่องนี้เสร็จก่อน ถ้าเอกสารไม่ครบก็ไม่ต้องมา ต่อให้มาก็เหมือนเดิม ไว้มีโอกาสค่อยร่วมงานกันอีกนะครับ เอาละ มีสายเข้า ผมวางก่อน แล้วค่อยติดต่อกันครับ”
