ซูเถาคิดว่าตัวเองน้ำลายไหลจริง ๆ จึงรีบใช้แขนเสื้อเช็ดมุมปาก พอเห็นว่าแขนเสื้อสะอาดดี ถึงได้รู้ว่าถูกหลอกเข้าให้แล้ว
เธอเงยหน้ามองหัวหน้าหมู่บ้านอย่างพูดไม่ออก เห็นเขาไพล่มือไว้ด้านหลัง เดินเอื่อย ๆ ไปข้างหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มของคนที่แกล้งคนสำเร็จ
“เฮ้อ!”
ซูเถาถอนหายใจ ตาเฒ่าคนนี้ ทำไมถึงแค้นฝังใจขนาดนี้นะ!
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตอนเที่ยงได้กินข้าวแล้วหรือเปล่า ตอนที่ซูเถากับเซี่ยเนี่ยนอันกินข้าวเย็น ไม่มีใครพูดจาเหน็บแนมสักคน ต่างก็ก้มหน้ากินข้าวของตัวเอง
เงียบกริบตลอดมื้อ ซูเถารู้สึกไม่ค่อยชินอยู่บ้าง
เพราะตกลงกันไว้แล้วว่าตอนกลางคืนจะสระผม โจวหลานจึงต้มน้ำหม้อใหญ่ไว้ตั้งแต่ตอนกินข้าว พอกินเสร็จ น้ำก็เดือดพอดี
เซี่ยเนี่ยนอันกับโจวหลานตักน้ำใส่กะละมังคนละส่วน แล้วเข้าไปในห้องผู้หญิงปิดประตู พวกชายหนุ่มผู้มีการศึกษาที่ถูกส่งลงชนบทเห็นดังนั้นก็พร้อมใจกันกลับเข้าห้อง ไม่ออกมาอีก
ในห้องกินข้าวจึงเหลือซูเถาที่ล้างจาน กับเซวียลี่เจวียนและซ่งเสี่ยวอวิ๋นที่นั่งมองหน้ากันโดยไม่มีอะไรจะพูด
ที่บอกว่าสระผม จริง ๆ แล้วเป็นคำพูดอ้อม ๆ ว่าจะอาบน้ำ อย่างไรเสียก็มีชายหนุ่มอยู่ด้วย พวกเธอจึงไม่กล้าพูดให้ชัดเจนนัก
พอเซี่ยเนี่ยนอันกับโจวหลานอาบน้ำเสร็จ ซูเถาก็ยกน้ำร้อนตามซ่งเสี่ยวอวิ๋นกับเซวียลี่เจวียนเข้าไป
แม้ตอนเที่ยงซูเถาจะอาบน้ำไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคให้เธออาบอีกรอบ
เมื่อเห็นรูปร่างมีส่วนเว้าส่วนโค้งของอีกสองคน ซูเถาก็ก้มมองตัวเอง ก่อนจะหันหลังกลับไปเงียบ ๆ
ซ่งเสี่ยวอวิ๋นกับเซวียลี่เจวียนสังเกตเห็นท่าทางของซูเถา จึงยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก เพราะพฤติกรรมปกติของซูเถา ทำให้พวกเธอลืมไปแล้วว่าเธอยังเป็นเด็ก ท่าทางเหมือนเด็กที่นาน ๆ จะเผยออกมาสักครั้ง ทำให้ซูเถาดูมีชีวิตชีวาและน่ารักเป็นพิเศษ
