ในฐานะผู้รับผิดชอบเรือนพักปัญญาชน เจียงหมิงหย่วนทำได้เพียงเป็นคนนำเข้าไปพยุงหานจื้อเหวินขึ้นมา อู๋จวิ้นเจี๋ยกับเฝิงเว่ยกั๋วก็เดินเข้าไปช่วยเช่นกัน แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ พอโยนคนขึ้นเตียงเตาก็ไม่สนใจอีก
หานจื้อเหวินที่แกล้งทำเป็นหมดสติอยู่ก่อนแล้ว เดิมทีก็ถูกซ้อมจนเจ็บหนัก พอถูกโยนลงไปแบบนั้นก็เจ็บจนแทบหมดสติจริง ๆ เขาทำได้เพียงกัดฟันแน่น ไม่กล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย
เขายังคิดข้อแก้ตัวไม่ออก ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับคำซักถามของทุกคนอย่างไร แกล้งหมดสติต่อไปน่าจะดีกว่า
อู๋จวิ้นเจี๋ยมองหานจื้อเหวินที่หลับตาอยู่ แต่ลูกตายังกลอกไปมา แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน แม้เขาจะไม่ใช่คนดีอะไรนัก แต่ผู้หญิงกับเด็กเขาไม่แตะต้อง
“เฮ้อ ซ้อมไปตั้งรอบหนึ่งแล้วยังไม่หายแค้นเลย” โจวหลานถอนหายใจ
ท่าทางกลัดกลุ้มของเธอ ถ้าใครไม่รู้คงคิดว่าเธอเป็นฝ่ายถูกกลั่นแกล้งเสียเอง
เซี่ยเนี่ยนอันหัวเราะเยาะอย่างไม่ใส่ใจ “ต่อไปยังมีโอกาสอีกเยอะ”
ซูเถาพยักหน้าเห็นด้วย อยู่ที่เดียวกันแบบนี้ โอกาสมีอีกเยอะอยู่แล้ว
กลางดึก ทุกคนหลับกันหมดแล้ว แต่ซูเถากลับเข้าไปวุ่นอยู่ในมิติ ระบบของเธออัปเกรดอีกแล้ว คราวนี้เป็นระดับ 6 ใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนกว่าจะเลื่อนขึ้นมาได้หนึ่งระดับ เห็นได้ชัดว่าต่อไปการอัปเกรดระบบจะยิ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนนี้เธอรู้สึกว่าระบบก็เหมือนแผนหลอกลวงนักลงทุน หลอกล่อเธอเข้ามาด้วยการลงทุนต่ำแต่ได้ผลตอบแทนสูง พอเธอชินกับความสะดวกสบายที่ระบบมอบให้แล้ว ก็เริ่มรีดเอาจากเธอ
ถึงจะรู้ทันกลอุบายของระบบ ซูเถาก็ยังเต็มใจยอมให้หลอก เพราะรางวัลมันช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน!
