เมื่อเห็นว่าคนที่มาดูเหตุการณ์แทบจะมากันครบแล้ว โจวหลานก็กระแอมเบา ๆ ก่อนพูดเสียงดังว่า “เมื่อเช้าจางหย่าจือนัดเซี่ยเนี่ยนอันไว้ว่าตอนเลิกงานเย็นนี้จะไปเก็บฟืนที่หลังเขาด้วยกัน แต่เซี่ยเนี่ยนอันลืมเลยไม่ได้ไป คาดว่าจางหย่าจือเห็นว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ก็เลยคิดว่าเซี่ยเนี่ยนอันเกิดเรื่องขึ้นล่ะมั้ง”
“ใช่จางหย่าจือหรือเปล่า?”
ชาวบ้านที่มามุงดูต่างมองจางหย่าจือด้วยความสงสัย
“สหายจาง คุณนัดสหายเซี่ยไปเก็บฟืนตอนกลางคืนจริงเหรอ?”
“สหายจาง ที่สหายโจวพูดมาจริงหรือเปล่า?”
“ดึกดื่นขนาดนี้ นัดคนไปเก็บฟืนบนเขา คิดอะไรอยู่กันแน่?”
“นั่นสิ ใครเขาไปเก็บฟืนกันตอนดึก ๆ!”
ได้ยินทุกคนวิพากษ์วิจารณ์กัน ทั้งยังเห็นจางหย่าจือมีท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนรู้สึกผิด เจียงหมิงหย่วนก็คิดว่าข้อสันนิษฐานของทุกคนอาจเป็นเรื่องจริง ไม่อย่างนั้นคนที่นัดอีกฝ่ายอย่างจางหย่าจือจะไม่ไปเก็บฟืนด้วยทำไม?
ด้วยความสงสัย เจียงหมิงหย่วนจึงมองจางหย่าจืออย่างพินิจพิจารณา
จางหย่าจือรีบโบกมือ พอถูกคนมากมายจับจ้องก็ประหม่าเสียจนพูดจาติดขัด
“ฉันไม่ได้ ฉัน ฉันก็ลืมเหมือนกัน”
“ใช่ ฉันลืมไปแล้ว”
“คุณลืม? หมายความว่าคุณก็ไม่ได้ไปเก็บฟืนสินะ?” ซูเถาเดินเข้ามาถามอย่างสงสัย “คุณไม่ได้ไป แล้วรู้ได้ยังไงว่าเซี่ยเนี่ยนอันเกิดเรื่อง?”
เซี่ยเนี่ยนอันจ้องจางหย่าจือด้วยสายตาเย็นชา เธอแทบไม่เคยพูดกับอีกฝ่ายเลย ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมจางหย่าจือถึงได้มีอคติกับเธอขนาดนี้
“ใช่สิ สหายจาง คุณไม่ได้ไปด้วยซ้ำ แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันเกิดเรื่อง?”
“หรือว่าคุณร่วมมือกับใครคิดจะทำร้ายฉัน?”
