เหวินจิ้งกลับมายังเรือนพักปัญญาชน คราวนี้เธอไม่ได้ยืนอยู่ตรงคันนาเหมือนเมื่อก่อน แต่ตามเผยซูเฉินไปทำงานด้วย แม้จะทำได้ไม่เอาไหน ทว่าท่าทางก็ดูดีอยู่บ้าง
ถ้าไม่ใช่พอเห็นแมลงทีไรก็กระโดดโหยงแล้วร้องลั่น ก็คงจะดีกว่านี้
แม้ผู้ใหญ่บ้านจะบอกทุกคนแล้วว่าเซวียลี่เจวียนพลัดตกแม่น้ำเพราะไม่ระวังเอง แต่สายตาที่ทุกคนมองเหวินจิ้งก็ยังเต็มไปด้วยความสงสัย
เหวินจิ้งไม่สนใจเสียงซุบซิบนินทาของคนอื่นแม้แต่น้อย ยังไงก็ไม่มีใครกล้าพูดต่อหน้าเธออยู่แล้ว
ซูเถาคิดว่าชีวิตคงสงบแบบนี้ต่อไป แต่ไม่กี่วันให้หลัง สายตาที่ทุกคนมองเซี่ยเนี่ยนอันก็เริ่มแปลกไป
หลายคนแอบกระซิบกระซาบลับหลังพวกเธอ แถมยังคอยเหลือบมองเซี่ยเนี่ยนอันเป็นระยะ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน มองปราดเดียวก็รู้ว่าต้องมีเรื่องแน่
ป้าสี่หลิวถึงกับถุยน้ำลายไปทางเซี่ยเนี่ยนอันหลายครั้ง จงใจพูดคำไม่น่าฟังเสียงดัง ราวกับกลัวเจ้าตัวจะไม่ได้ยิน
เพราะพวกนั้นไม่ได้เอ่ยชื่อใครตรง ๆ เซี่ยเนี่ยนอันจึงทำได้แค่ข่มความโกรธไว้ ไม่อาจเข้าไปโต้เถียงได้
พอกลับถึงเรือนพักปัญญาชนตอนเที่ยง เซี่ยเนี่ยนอันก็เตะม้านั่งไม้ในลานจนคว่ำ ความอดทนที่ฝึกฝนมาหลายปีในยุควันสิ้นโลกพังทลายลงในชั่วขณะนี้ แตกละเอียดเป็นผุยผง
ตอนอยู่ในยุควันสิ้นโลก เธอจัดการคนที่ข่มขู่คุกคามเธอได้ แต่ตอนนี้เป็นยุค 70 แล้ว เธอทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น
ต่อให้แค่ซ้อมคนสักยก ก็ยังต้องมีเหตุผลที่ชอบธรรม ไม่อย่างนั้นหากถูกแจ้งตำรวจ อย่างเบาก็ถูกส่งไปทำงานในฟาร์ม อย่างหนักก็ต้องถูกยิงเป้า
