เซี่ยเนี่ยนอันกลั้นยิ้ม แกล้งทำเป็นไม่มองพวกเธอ ท่ามกลางสายตาร้อนแรงของทั้งสอง เธอค่อย ๆ กินข้าวในชามจนหมด แล้วจึงเริ่มพูด
“เธอนัดฉันไปเก็บฟืนหลังเลิกงานคืนนี้”
“อะไรนะ!”
ซูเถากับโจวหลานร้องเสียงหลง
“เลิกงานตอนกลางคืนแล้ว ยังจะไปเก็บฟืนอีกเหรอ?” โจวหลานเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ
“หรือว่าข้างในมีอะไรบางอย่าง?”
ซูเถาลูบคางที่ไม่มีเคราแพะของตัวเอง ในหัวมีแต่ข้อสันนิษฐานในแง่ร้าย อย่างไรเสียพวกเธอก็มาอยู่ที่นี่เกือบเดือนแล้ว จางหย่าจือไม่เคยไปเก็บฟืนเลยสักครั้ง
ทั้งสามสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย แววตาเปล่งประกายตื่นเต้น
ช่วงสาย รถตำรวจจอดลงตรงริมแปลงนา คนที่กำลังทำงานอยู่แถวนั้นพากันหยุดมือ แล้วหันไปมองอย่างสงสัย
เรื่องที่เซวียลี่เจวียนกระโดดน้ำเมื่อวานดังไปทั่วทั้งหมู่บ้านแล้ว ตลอดเช้านี้หัวข้อสนทนาของทุกคนล้วนวนเวียนอยู่กับเธอ
ตกลงเหวินจิ้งเป็นคนผลักเธอลงไปหรือเปล่า?
เซวียลี่เจวียนเป็นอะไรกันแน่?
เพราะเรื่องของเซวียลี่เจวียน ทุกคนจึงลืมเรื่องที่เซี่ยเนี่ยนอันเคยหมั้นหมายกับเผยซูเฉินไปเสียสนิท
เผยอิงหนานก้าวลงจากรถ สิ่งแรกที่เห็นคือเซี่ยเนี่ยนอันในฝูงชน เขาสบตาเธอแล้วพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นจึงพูดคุยกับหัวหน้ากองที่รีบมาถึง
เมื่อเห็นเผยอิงหนานลงจากรถ เหวินจิ้งก็วิ่งเข้ามาหาอย่างดีใจ แต่หยุดลงเมื่ออยู่ห่างจากเขาสามเมตร ไม่กล้าเข้าใกล้ไปมากกว่านั้น
“อาเผย มาทำอะไรที่นี่คะ?”
เผยอิงหนานไม่ได้สนิทกับเหวินจิ้ง ได้ยินเธอถามก็เพียงเหลือบมอง แล้วพูดคุยกับหัวหน้ากองต่อด้วยเสียงเบา
พอได้ยินเนื้อหาที่ทั้งสองคุยกัน เหวินจิ้งก็เดือดดาลขึ้นมาทันที ลืมเรื่องที่หวาดกลัวไปจนหมด
