หลังเลิกงานตอนค่ำ ซูเถากับคนอื่น ๆ ไม่เห็นเผยซูเฉินและเหวินจิ้งกลับมา ดูท่าทั้งสองคงไม่ได้อยู่ที่เรือนพักปัญญาชนเหมือนกัน ไม่รู้ว่าออกไปทำอะไรกัน
เซี่ยเนี่ยนอันทำตามที่จางหย่าจือบอก ไปยืนรอเธอที่เชิงเขาหลังหมู่บ้านเพื่อไปเก็บฟืนด้วยกัน ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว แถมบริเวณเชิงเขาก็ไม่มีแม้แต่เงาคน ในป่ามืดจนมองอะไรไม่เห็น
สภาพแบบนี้ยังจะมาเก็บฟืนอีกหรือ?
จะโกหกก็หาข้ออ้างที่ฟังขึ้นหน่อยไม่ได้หรือไง
หานจื้อเหวินรีบร้อนมาถึง พอเห็นเงาคนที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ไกล ๆ ดวงตาก็เบิกกว้าง เขากลืนน้ำลายอย่างตื่นเต้น ก่อนจะย่องเข้าไปด้านหลังคนคนนั้นอย่างเงียบเชียบ
เมื่อมองแผ่นหลังที่เฝ้าคิดถึงอยู่ตรงหน้า เขาก็รู้สึกว่าแม้แต่อากาศรอบตัวก็ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเซี่ยเนี่ยนอัน เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วรีบยื่นมือหมายจะโอบกอดคนตรงหน้า
ใครจะคิดว่าเขายังไม่ทันได้กอด คนคนนั้นก็หันขวับมา สิ่งที่เห็นกลับเป็นหัวกะโหลกเปล่งแสงวาววับ
หานจื้อเหวินรู้สึกหูอื้อ ร่างอ่อนยวบแล้วหมดสติไป
เซี่ยเนี่ยนอันที่สวมหน้ากากคิดจะเตะหานจื้อเหวิน แต่พอได้กลิ่นเหม็นอุจจาระในอากาศ ก็ได้แต่ชักเท้าที่ค้างอยู่กลางอากาศกลับมาอย่างจนใจ
ซูเถากับโจวหลานที่เพิ่งพุ่งออกมาจากหลังต้นไม้ชะงักไป เกิดอะไรขึ้นเมื่อกี้? ทำไมพริบตาเดียวหานจื้อเหวินถึงลงไปนอนกองกับพื้นแล้ว? ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะชูพลองแล้วรีบวิ่งเข้าไป พอได้ยินเสียงเคลื่อนไหว เซี่ยเนี่ยนอันก็เก็บหน้ากากเข้าไปในมิติอย่างรวดเร็ว
เดิมทีซูเถากับโจวหลานวางแผนไว้ว่า จะฉวยจังหวะที่หานจื้อเหวินไม่ทันระวัง ตีเขาจากด้านหลังให้สลบ ใครจะคิดว่าพวกเธอยังไม่ทันลงมือ เขาก็นอนอยู่บนพื้นแล้ว
