ทุกคนต่างนึกถึงเสียงร้องไห้ที่ดังขึ้นหลังจากซูเถาออกจากบ้านไปเมื่อคืนวานอย่างไม่ได้นัดหมาย แล้วพากันหันไปมองซูเถาเป็นตาเดียว แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
แรงมือขนาดนี้เลยเหรอ!
ซูเถาถูกเหล่าปัญญาชนชายจ้องจนรู้สึกแปลก ๆ จึงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “รอยตบบนหน้าเธอไม่ใช่ฉันตบสักหน่อย แถมเธอยังปากเสียเอง จะมาโทษใครล่ะ!”
“ถ้าใครมาหาเรื่องฉัน ตบสักสองฉันยังว่าเบาไป อย่างน้อยก็ต้องส่งไปเที่ยวบ่อส้วมสักวัน”
คนที่กำลังกินข้าวพากันนึกถึงเรื่องเมื่อเช้าวานขึ้นมา แล้วสะดุ้งพร้อมกัน
“ฉันเป็นคนตบเอง คราวหน้าปากเสียอีก ฉันก็ตบอีก”
เซี่ยเนี่ยนอันเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อยธรรมดาเรื่องหนึ่ง
เจียงหมิงหย่วนไม่กล้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาคิดว่าเรื่องที่ทำให้เซี่ยเนี่ยอันซึ่งปกติแทบไม่พูดอะไรต้องลงมือ คำพูดนั้นคงไม่น่าฟังแน่
โจวหลานฟังทุกคนคุยกัน พลางก้มหน้าอยู่ตลอด ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้ปลุกทุกคนให้ตื่น ทั้งตื่นเต้นทั้งกระวนกระวาย
เมื่อก่อนเธอแค่อยากพักต่ออีกหน่อย พอมีใครตื่นสายก็จะด่าเธอ ราวกับการที่พวกนั้นตื่นสายเป็นความผิดของเธอทั้งหมด
ตอนนี้เมื่อเห็นหลายคนถูกซูเถากับเซี่ยเนี่ยนอันโต้จนเถียงไม่ออก เธอก็รู้สึกว่าความเข้าใจที่เคยมีมาตลอดคงผิดไปหมด
การยอมถอยและอดทนอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ได้ทำให้คนอื่นเคารพ มีแต่จะทำให้พวกเขายิ่งได้ใจ รังแกและกดขี่เธอหนักขึ้น
“แปลงผักที่ลานหน้าฉันพรวนดินเสร็จหมดแล้ว ถ้าอยากกินผักก็ปลูกกันเอง”
