ซูเถาไม่คิดเลยสักนิดว่าเขากำลังรอตัวเองอยู่ จึงก้มหน้าก้มตาเดินออกไป
เธอขยับขาอยู่ตั้งนาน ก่อนจะพบว่าตัวเองไม่ได้ขยับไปไหนเลย
“จับตะกร้าสะพายหลังฉันไว้ทำไม?”
ชายคนนั้นเกาหัวอย่างกระดากอาย ใบหน้าที่เดิมดูเคร่งขรึมเจือความเขินอายอยู่เล็กน้อย
“เอ่อ ขอโทษนะ เผลอจับไว้จนชินมือ”
ซูเถากระตุกมุมปาก นี่เขายังทำจนชินได้อีกเหรอ? เป็นอะไรของเขาเนี่ย
“มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
หรือออกมาข้างนอกก็ต้องจ่ายเงินด้วย?
โหดเกินไปแล้ว!
ชายคนนั้นมองซ้ายมองขวา พอแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น จึงลดเสียงพูดว่า “เรื่องนมผง ฝากน้องชายช่วยใส่ใจหน่อยนะ”
“ถ้านายหาของได้ แถมยังส่งให้ได้ระยะยาว คราวหน้ามาซื้อขายของอีก ฉันจะไม่เก็บเงินนาย”
ซูเถากวาดตามองชายคนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนพยักหน้าเป็นเชิงตกลง
ผู้ชายที่ซื้อนมผงเมื่อครู่ดูเหมือนทำงานในหน่วยงานรัฐ เป็นคนรอบคอบและระมัดระวัง ส่วนคนตรงหน้าใบหน้าดุดัน แถมยังมีท่าทางนักเลง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงไม่ธรรมดา แค่ไม่รู้ว่าคนที่นิสัยต่างกันขนาดนี้ไปสนิทกันได้ยังไง
ซูเถาเดินออกมาไกลแล้ว แต่ยังรู้สึกเหมือนมีคนตามอยู่ พอหันกลับไปดูก็เห็นเด็กชายสองคนที่กำลังเล่นก้อนหินอยู่ตรงปากตรอก
ตอนเดินผ่านตรอกหนึ่ง ซูเถาก็รีบแวบเข้าไปข้างใน พอแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่รอบ ๆ เธอก็เข้าไปในมิติทันที
เด็กชายสองคนนั้นเดินตามซูเถาเข้าไปในตรอก หาอยู่นานก็ไม่เจอใคร จึงหันหลังวิ่งกลับไป
เมื่อเข้าไปในมิติแล้ว ซูเถาก็หานมผงที่เหมาะสมในซูเปอร์มาร์เก็ตตามที่ชายคนนั้นต้องการ ระหว่างแบบกระป๋องกับแบบถุง เธอตัดสินใจเลือกแบบถุงโดยไม่ลังเล
