พอถึงร้านอาหารของรัฐ ซูเถาก็ซื้อวุ้นเส้นตุ๋นหมูมาสองที่ ทั้งยังซื้อหมั่นโถวลูกใหญ่สี่ลูกด้วย หนึ่งที่เป็นของเซี่ยเนี่ยนอัน เดินไปได้ครึ่งทาง จู่ ๆ เซี่ยเนี่ยนอันก็บอกว่ามีธุระ ให้ซูเถาซื้ออาหารรอไว้ แล้วจ่ายเงินกับคูปองให้ก่อนจะรีบร้อนเดินจากไป
คราวนี้โจวหลานใช้เงินสองเหมาเพิ่มกับคูปองธัญพืชอีกสองเหลียง กินบะหมี่หมูเส้นเหมือนจางหย่าจือ ซูเถาเดาว่าอีกฝ่ายคงยังหาเงินไม่ได้ เลยไม่กล้ากินของดี
พออาหารเสร็จ ซูเถาเพิ่งยกมาวางบนโต๊ะ เซี่ยเนี่ยนอันก็กลับมาพอดี บนศีรษะมีเหงื่อบาง ๆ ปกคลุมอยู่ หน้าม้าที่หน้าผากเปียกชื้น ยิ่งขับให้ดูสวยขึ้น จนหลายคนอดเหลียวมองไม่ได้
แม้ทุกคนจะสงสัยว่าเธอไปทำอะไรมา แต่ก็ไม่มีใครถาม มีเพียงหานจื้อเหวินที่ทำราวกับกำลังปฏิบัติภารกิจ คอยมองเซี่ยเนี่ยนอันด้วยแววตาเปี่ยมรักเป็นระยะ ๆ ทำให้จางหย่าจือแอบปวดใจ
ทุกครั้งที่เซี่ยเนี่ยนอันเริ่มทนไม่ไหวจนอยากลงมือ หานจื้อเหวินก็จะก้มหน้าก้มตากินข้าว ทำท่าราวกับกำลังเจ็บปวด
พอเซี่ยเนี่ยนอันเลิกมองเขา เขาก็เงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะทันเงยหน้า เขาก็แสร้งก้มหน้ากินข้าวอย่างเศร้าสร้อย
แต่ความเร็วในการกินของเขากลับไม่เห็นเหมือนคนกำลังเศร้าสักนิด
ทำเอาเซี่ยเนี่ยนอันอัดอั้นจนแทบลุกเป็นไฟ แต่ระบายออกมาก็ไม่ได้ แถมยังอึดอัดใจอีก โชคดีที่ทั้งสองไม่ได้นั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกัน ไม่อย่างนั้นเธอคงกินข้าวไม่ลงแน่
บ่ายวันถัดมา หัวหน้าหมู่บ้านก็มาบอกว่าบ้านสร้างเสร็จแล้ว และตากทิ้งไว้อีกสองวัน ซูเถากับพวกจึงเริ่มทดลองจุดเตาอบอุ่นกับผนังเตาไฟตามคำแนะนำของหัวหน้าหมู่บ้าน เดิมทีควรตากไว้อีกหลายวัน แต่ซูเถารอไม่ไหวแล้ว เพราะปัญญาชนรุ่นใหม่ใกล้จะมา ลานหน้าบ้านมีที่พักไม่พอแน่
