เมื่อเห็นโจวหลานมีสีหน้าหม่นหมอง ตอนกินข้าว ซูเถาจึงแบ่งเกี๊ยวให้เธอสองลูก แล้วยังคีบวุ้นเส้นผัดหมูจากจานของโจวหลานมาให้อีกนิดหน่อย
เซี่ยเนี่ยนอันเห็นดังนั้นก็ทำตามเช่นกัน ภาพตรงหน้าทำให้โจวหลานซาบซึ้งจนดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา
โจวหลานยกจานขึ้น แล้วแบ่งวุ้นเส้นให้ทั้งสองคนอีกอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะคีบเนื้อให้ซูเถากับเซี่ยเนี่ยนอันคนละหลายชิ้นอย่างเสียดาย
ท่าทางนั้นทำให้ซูเถากับเซี่ยเนี่ยนอดขำไม่ได้ พวกเธอเอาเนื้อไม่กี่ชิ้นนั้นใส่ปาก แล้วแกล้งเคี้ยวตุ้ย ๆ ทำสีหน้าราวกับอร่อยมาก
“อื้ม วุ้นเส้นตุ๋นหมูจานนี้อร่อยจริง ๆ คราวหน้ามา ฉันต้องซื้อกินบ้างแล้ว”
ยิ่งกิน ซูเถาก็ยิ่งรู้สึกว่าอาหารจานนี้ไม่เลวเลย รสเข้มข้นกลมกล่อม วุ้นเส้นก็นุ่มหนึบเคี้ยวเพลิน ซึมซับกลิ่นหอมของเนื้อหมูไว้เต็มที่ กินแล้วมันเยิ้มชุ่มปาก อิ่มเอมใจสุด ๆ
เมื่อเทียบกับวุ้นเส้นตุ๋นหมูแล้ว เกี๊ยวหมูกลับดูจืดชืดไปถนัดตา
ไม่แปลกเลยที่วุ้นเส้นตุ๋นหมูจะกลายเป็นอาหารขึ้นชื่อของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมคำร่ำลือจริง ๆ
“อร่อยกว่าเกี๊ยวจริง ๆ”
เซี่ยเนี่ยนอันที่ไม่เคยออกความเห็นเรื่องอาหารเลยเห็นด้วยกับซูเถามาก
โจวหลานเห็นทั้งสองคนชอบอาหารของตัวเอง ก็มีความสุขราวกับเป็นคนทำวุ้นเส้นตุ๋นหมูจานนั้นเสียเอง จึงแบ่งให้พวกเธออีกเล็กน้อย
เมื่อเห็นทั้งสามคนแบ่งอาหารกันอย่างมีความสุข จางหย่าจือก็รู้สึกว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของซูเถากับพวกนั้นขัดตาเหลือเกิน
ทั้งที่พวกเธอเป็นคนมาด้วยกันแท้ ๆ คราวก่อนที่กินเกี๊ยวด้วยกันก็มีแค่สามคน ตอนนี้กลับสนิทกันน้อยกว่าคนอื่นเสียอีก แถมยังไม่แบ่งเกี๊ยวให้เธอสักลูก
