เหวินจิ้งมองแปลงผักสองข้างทางในเรือนพักปัญญาชน ก่อนยกมือปิดจมูก คิ้วขมวดแน่น มืออีกข้างจับแขนเผยซูเฉินที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวไว้ไม่ปล่อย
“พี่ซูเฉิน ที่นี่โทรมเกินไปแล้วนะ ยังไม่สะอาดเท่าสวนที่บ้านฉันเลย”
“ดูบ้านพวกนี้สิ ยังทำจากดินอยู่เลย จะอยู่ได้จริงเหรอ?”
“ฝนตกทีเดียวจะพังลงมาหรือเปล่า?”
เทียบกับเหวินจิ้งที่เอาแต่ตำหนิทุกอย่าง เผยซูเฉินกลับใจเย็นกว่ามาก
ก่อนลงชนบท เขาสืบเรื่องแถวนี้มาแล้ว แม้จะรู้ไม่ละเอียดนัก แต่ก็ยังรู้มากกว่าเหวินจิ้งอยู่บ้าง
เรือนพักปัญญาชนแห่งนี้ดีกว่าที่อื่นมากแล้ว
เผยซูเฉินหอบสัมภาระของตัวเองอย่างทุลักทุเล แถมยังสะพายห่อผ้าใบใหญ่อีกใบ และลากกระเป๋าเดินทางของเหวินจิ้งมาด้วย หลังเดินทางกระแทกกระเทือนมาตลอดทาง เขาเหนื่อยจนไม่อยากพูดสักคำ
เหวินจิ้งเป็นเหมือนลูกสาวแท้ ๆ ที่แม่ของเขาตามใจมาตั้งแต่เล็ก หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น แม่ของเขาต้องบ่นไม่เลิกแน่ เขาไม่อยากให้เหวินจิ้งมาลำบากอยู่ที่นี่กับตัวเอง และหวังว่าเธอจะกลับบ้านไปเสียเร็ว ๆ
ถึงจะรู้ว่าเธอไม่มีทางฟัง เขาก็ยังพยายามเกลี้ยกล่อมเต็มที่
“ถ้าไม่ชอบอยู่ที่นี่ก็กลับไปเถอะ ยังไงเธอก็ไม่ใช่ปัญญาชนลงชนบท ไม่จำเป็นต้องมาลำบากกับฉันที่นี่”
“ฉันไม่กลับหรอก พี่อยู่ที่ไหนฉันก็จะไปที่นั่น!” เหวินจิ้งยื่นปาก สีหน้าไม่เต็มใจอย่างยิ่ง เปียผมหนาสองข้างแกว่งไปมาตามศีรษะที่ส่ายไม่หยุด
ฟางหนิง หยางเสี่ยวฉิน และเฝิงเว่ยกั๋วที่ทนความวุ่นวายของเหวินจิ้งมาตลอดทาง รีบเร่งฝีเท้าเดินนำไปไกล ๆ ก่อนตามเจียงหมิงหย่วนเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว
