ตอนที่ซูเถาคิดว่าพวกเขาจะไปทางกำแพงเตี้ย ก็เห็นเซี่ยเนี่ยนอันออกมาจากประตูหลังบ้าน แล้วเลี้ยวไปทางซ้ายทันที โดยไม่ต้องให้เซี่ยเนี่ยนอันเตือน แสงไฟฉายก็ส่องให้ซูเถาเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นทางนั้นแล้ว
เธอไม่มีเวลาตกใจ รีบวิ่งพรวดเข้าไปทันที
เซวียลี่เจวียนมีเรื่องค้างคาใจจนนอนไม่หลับ นอนกระสับกระส่ายจึงอยากออกไปสงบสติอารมณ์ เธอเดินออกจากหลังบ้านไปโดยไม่รู้ตัว พอได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง จึงหันไปมอง และคนคนนั้นก็คือกู้เว่ยตงจริง ๆ
“เว่ยตง?”
“ลี่เจวียน วางใจเถอะ พรุ่งนี้ผมจะไปอธิบายกับหัวหน้าหมู่บ้านให้ชัดเจน จากนั้นเราก็ไปจดทะเบียนแต่งงานกัน ผมจะไม่ปล่อยให้คุณต้องเสียใจ”
กู้เว่ยตงโอบเซวียลี่เจวียนไว้ น้ำเสียงเปี่ยมความอ่อนโยนเห็นใจ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความอำมหิต
“เว่ยตง ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณจะไม่ทิ้งฉัน”
เซวียลี่เจวียนซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพราก ราวกับไข่มุกที่ขาดจากสาย ไม่นานก็ทำเสื้อของกู้เว่ยตงเปียกชุ่ม เธอกอดเขาแน่น มือเผลอกำเสื้อของเขาไว้ หัวใจที่หวาดผวาตลอดบ่ายจึงสงบลงไม่น้อย
“เว่ยตง ขอโทษนะ เมื่อกี้ฉันยังนึกว่าคุณจะมาเกลี้ยกล่อมให้หัวหน้าหมู่บ้านส่งฉันกลับสำนักงานจัดการเยาวชนผู้มีการศึกษาเสียอีก”
“ขอโทษนะ ฉันเข้าใจคุณผิดไป”
กู้เว่ยตงเช็ดน้ำตาให้เซวียลี่เจวียนอย่างอ่อนโยน ก่อนจับมือเธอเดินไปในความเงียบสงัดของราตรี
“จะเป็นไปได้ยังไง ผมจะปล่อยให้คุณถูกส่งกลับสำนักงานจัดการเยาวชนผู้มีการศึกษาได้ยังไง ถ้ากลับไปแล้ว คุณก็ต้องถูกจัดสรรไปอยู่ในที่ที่ลำบากที่สุด ไม่ต่างอะไรกับการถูกส่งไปทำงานในฟาร์มเลย”
