หลังส่งเซวียลี่เจวียนไปถึงเรือนพักปัญญาชน หวังหู่ก็ไม่ได้รั้งอยู่นาน เขายังต้องไปหาผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านหลิวเจียถุน เพื่อบอกเรื่องที่หัวหน้าสั่งไว้
แม้กู้เว่ยตงจะเป็นปัญญาชนที่ลงชนบท แต่ทะเบียนบ้านของเขาอยู่ที่หมู่บ้านหลิวเจียถุน เขาจึงนับเป็นคนแรกของหมู่บ้านที่ถูกยิงเป้า ในฐานะที่เป็นปัญญาชนเหมือนกัน ทุกคนได้ยินการตัดสินใจนี้แล้วก็เพียงทอดถอนใจ เพราะในใจก็เตรียมใจไว้ก่อนแล้ว
เจียงหมิงหย่วนพาหวังหู่ไปหาผู้ใหญ่บ้าน ซ่งเสี่ยวอวิ๋นหน้าแดงเรื่อขณะเดินไปส่งทั้งสองคนออกจากเรือนพักปัญญาชน พอคล้อยหลังจนมองไม่เห็นแล้ว เธอถึงค่อย ๆ กลับมาอย่างใจลอย หาที่นั่งใต้แสงแดด เท้าคางยิ้มเหม่ออยู่คนเดียว
ซูเถาเห็นแล้วขนลุกซู่ไปทั้งแขน
เซวียลี่เจวียนที่ยังพันผ้าพันแผลอยู่บนศีรษะทักทายทุกคนได้ไม่นาน ก็เดินกะเผลกกลับไปนอนพักที่ลานด้านหน้า
ตอนนี้เธอมีเงินชดเชยจากกู้เว่ยตง 200 หยวน บวกกับเงินที่เก็บเองอีก 40 หยวน แถมแต้มแรงงานของกู้เว่ยตงก็โอนมาเป็นของเธอแล้ว ต่อให้ไม่ทำงานก็ยังเลี้ยงตัวเองได้อีกพักใหญ่
เพียงแต่เธอลูบท้องน้อยที่ยังแบนราบ ไม่รู้ว่าควรเก็บเด็กคนนี้ไว้หรือเปล่า
โจวหลานถอนขนไก่ไปพลาง กระซิบคุยกับซูเถาไปพลาง
“ฉันว่า ซ่งเสี่ยวอวิ๋นมีใจให้ตำรวจหวังคนนั้นนะ แต่ดูท่าเขาคงไม่ได้สนใจเธอ!”
“รู้ได้ยังไง?”
โจวหลานฉลาดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรกันนะ?
“ตาของซ่งเสี่ยวอวิ๋นแทบจะไปเกาะอยู่บนตัวเขาแล้ว คนโง่เท่านั้นแหละถึงดูไม่ออก”
“ตำรวจหวังถอยห่างจากเธอตั้งแปดเมตรแล้ว เธอยังพยายามเข้าไปหาอีก”
