ตอนนี้ซ่งเสี่ยวอวิ๋นกับเซวียลี่เจวียนที่กลับมาช้ายังไม่รู้ว่าโจวหลานไม่ได้พักอยู่เรือนด้านหน้า พอเห็นโจวหลานเก็บกับข้าวที่เหลือ พวกเธอก็คิดว่าพรุ่งนี้จะได้กินอีกมื้อ แม้กับข้าวจะมีไม่มาก แต่ก็ยังมีน้ำมันให้กินอยู่บ้าง
คนที่อยู่เรือนด้านหน้ากินอิ่มแล้วก็เช็ดปาก ลุกขึ้นเดินจากไปทันที ไม่มีใครพูดถึงเรื่องช่วยเก็บกวาดสักคำ หานจื้อเหวินที่ตั้งใจจะเอาใจเซี่ยเนี่ยนอัน พอเห็นเธอกินเสร็จแล้วกลับเข้าห้องไป ก็ไม่ได้อยู่ต่อให้นาน
โจวหลานปรายตามองทุกคน ก่อนเริ่มเก็บชามตะเกียบ เธอใช้น้ำอุ่นจากเตาของซูเถาล้างชามจนสะอาด
ส่วนซูเถาก็เช็ดโต๊ะที่อยู่นอกลานจนสะอาด แล้วจัดเก้าอี้กลับเข้าที่
ถังจิ่งสิงถือไม้กวาดอันใหญ่ กวาดลานบ้านที่รกเลอะเทอะจนสะอาด
ตอนที่หยางหย่งยกชามตะเกียบจากเรือนด้านหน้ากลับมา เซี่ยเนี่ยนอันก็ยกกาน้ำชากับขนมสองห่อออกมาวางบนโต๊ะที่ทำจากบานประตูเรียบร้อยแล้ว
ซูเถาหยิบผลซานจาเชื่อมออกมาขวดหนึ่ง แถมยังเตรียมตะเกียบไว้ให้ห้าคู่ โจวหลานใช้ตะกร้าทรงกลมใบเล็กที่สานจากก้านข้าวฟ่าง ใส่มันเทศตากแห้งกับฟักทองตากแห้งที่เธอทำเองมาบางส่วน ถังจิ่งสิงหยิบเนื้อแห้งออกมาหนึ่งห่อ ส่วนหยางหย่งแบ่งเมล็ดแตงโมให้ทุกคนคนละห่อเล็ก
ทุกคนมองของเต็มโต๊ะแล้วก็หัวเราะออกมา
ไม่มีใครเป็นคนขี้เหนียว และไม่มีใครสนใจว่าของจะมีราคาถูกหรือแพง หรือมีมากน้อยแค่ไหน สิ่งสำคัญคือความตั้งใจ
เดิมทีซูเถายังคิดจะเอาเหล้าที่เหลืออยู่ครึ่งกาออกมา แต่พอเจอสายตาเย็นชาของเซี่ยเนี่ยนอัน เธอก็เงียบ ๆ เก็บกลับไป
แอบดื่มคนเดียวก็ได้ใช่ไหมล่ะ
วันนี้เป็นช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ต่อให้ไม่จุดตะเกียง ลานบ้านก็ยังสว่างดี ทุกคนพูดคุยกันไป จิบชาและกินขนมไป ให้ความรู้สึกสงบสุขราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง
