เห็นว่าหัวหน้ากองพลพูดจาไม่เข้มงวดเหมือนก่อน ซ่งเสี่ยวอวิ๋นก็คิดว่าหัวหน้ากองพลเห็นด้วยกับสิ่งที่เธอพูด จึงเงยหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวแล้วชี้ไปทางโจวหลาน
“เป็นโจวหลานค่ะ ปัญญาชนโจว”
“เมื่อก่อนเธอเป็นคนเรียกพวกเราตื่นทุกวัน วันนี้จงใจไม่เรียกพวกเรา ทำให้พวกเรามาสายกันหลายคน เสียเวลาอันมีค่าของทุกคนค่ะ”
ข้อกล่าวหาใหญ่โตถาโถมลงมา โจวหลานโมโหจนกระโดดลุกขึ้นทันที กำลังจะเถียงเสียงดัง ก็ถูกป้าข้าง ๆ ดึงตัวไว้ แถมยังปิดปากเธออีกด้วย
หัวหน้ากองพลเห็นแล้วก็แค่เหลือบมอง ก่อนจะหันไปหาเจียงหมิงหย่วน “ปัญญาชนเจียง คุณก็คิดแบบนี้เหมือนกันหรือเปล่า?”
“คุณก็คิดว่าปัญญาชนโจวจงใจไม่เรียกพวกคุณหรือ?”
นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงหมิงหย่วนถูกเรียกไปตำหนิต่อหน้าคนมากมาย ใบหน้าของเขาร้อนผ่าว
“เอ่อ... เมื่อก่อนปัญญาชนโจวเป็นคนเรียกพวกเราตื่นจริง ๆ ครับ”
หัวหน้ากองพลแค่นเสียง ฮึ จนซ่งเสี่ยวอวิ๋น เจียงหมิงหย่วน และคนอื่น ๆ สะดุ้งใจวูบ ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ ขึ้นมา
“พวกคุณนี่น่าสนใจจริง ๆ ทำผิดแล้วไม่คิดหาทางแก้ เอาแต่โยนความรับผิดชอบให้คนอื่น”
“ตื่นสายแล้วยังโทษปัญญาชนโจวไม่เรียกอีก คนทั้งหมู่บ้านรู้กันหมดว่าปัญญาชนโจวย้ายไปอยู่เรือนด้านหลังตั้งแต่เมื่อวาน ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับพวกคุณแล้ว จะเรียกพวกคุณได้ยังไง?”
“พวกคุณเป็นคุณหนูใหญ่คุณชายใหญ่หรือไง ต้องรอให้คนมาเรียกถึงจะยอมตื่น?”
เพราะเรื่องฟืนสองมัดเมื่อวาน ก่อนถึงเวลาอาหารเย็น คนทั้งหมู่บ้านก็รู้แล้วว่าโจวหลานเช่าห้องในเรือนด้านหลัง และต่อไปจะไปอยู่ที่นั่น
คนเดียวที่ไม่รู้เรื่องนี้คือซ่งเสี่ยวอวิ๋นกับเซวียลี่เจวียน ทั้งคู่มองเจียงหมิงหย่วนอย่างงุนงง ช่วงหลายวันที่เธอไม่อยู่เกิดอะไรขึ้นบ้าง?
