หยางเสี่ยวฉินคลุ้มคลั่งจนกระโจนเข้าไปขยำผมของจางหย่าจือเปะปะ เปียสองข้างที่ถักไว้อย่างเรียบร้อยพลันยุ่งเหยิงราวกับรังนก บนพื้นยังมีเส้นผมที่ถูกกระชากหล่นกระจายอยู่หลายเส้น
จางหย่าจือไม่เคยมีประสบการณ์ทะเลาะวิวาทมาก่อน ได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นปัดป้องอย่างไร้ทิศทาง ทว่ากลับไม่ช่วยอะไรเลย
หยางเสี่ยวฉินมีประสบการณ์จากการตีกับพวกพี่สาวมานานกว่าสิบปี ทั้งหยิก ข่วน กระชาก ตบ และกัด ขอแค่ลงมือก็ไม่เคยพลาดเป้า
ตอนหัวหน้ากองถูกคนไปตามมา จางหย่าจือไม่เพียงผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้ายังมีแผล เสื้อผ้าถูกฉีกจนหลุดลุ่ย ผิวหนังที่โผล่พ้นออกมาก็ไม่มีส่วนไหนดูดีเลย
หัวหน้ากองรีบเบือนหน้าหนี ก่อนตะโกนห้ามเสียงดัง
“หยุดกันได้แล้ว จะเอะอะอะไรกัน!”
หัวหน้ากองส่งสัญญาณให้ป้าหลายคนที่ยืนมุงอยู่เข้าไปห้าม พวกที่ถูกชี้ตัวให้เข้าไปช่วยต่างก็ขยับอย่างไม่เต็มใจ พวกเธอยังดูไม่จุใจเลย หัวหน้ากองมาถึงเร็วอะไรขนาดนี้!
เมื่อป้าหลายคนแยกทั้งคู่ออกจากกัน ผมของจางหย่าจือก็ยุ่งจนแทบดูไม่ได้ ทว่าเจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลย และก็ไม่มีใครหวังดีพอจะเตือนเธอด้วย
หัวหน้ากองให้ทุกคนยืนเรียงแถว แล้วถามว่าเกิดเรื่องอะไรกันแน่ เขาเพิ่งมาช้าไปแค่ครู่เดียว ทำไมถึงลงไม้ลงมือกันแล้วล่ะ
จะโทษหัวหน้ากองว่าไม่รู้อะไรก็ไม่ได้ ตอนเช้าเขาไปประชุมที่สหกรณ์ประชาคม จึงไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านเลย ส่วนป้าชุ่ยฮวาก็ไม่ได้กลับบ้านตอนเที่ยง เรื่องซุบซิบเกี่ยวกับเซี่ยเนี่ยนอัน เด็ก ๆ ไม่กล้าเล่าให้เขาฟัง
