โจวหลานส่งเสียงฮึดฮัดอย่างโมโห ก่อนจะตบโต๊ะดังปัง
“จางหย่าจือ ลองถามทุกคนดูสิว่าตลอดหลายปีมานี้ฉันเคยก่อไฟพลาดตรงไหนบ้าง ปัญหาของเธอเอง อย่ามาโยนให้ฉัน”
“ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้วว่าโจ๊กมันเทศต้องคนตลอด ไม่อย่างนั้นก้นหม้อจะไหม้ ฉันยังคอยเตือนให้เธอคนอยู่เรื่อย ทุกคนก็ได้ยินกันหมด”
“แต่เธอกลับเอาแต่กอดแขนตัวเองร้องไห้กระซิก ๆ ทำเหมือนมีคนบังคับให้ทำงานอย่างนั้นแหละ”
“ตอนนี้ข้าวไหม้แล้ว เธอก็เลยโยนความผิดมาให้ฉัน!”
“หน้าหนาอะไรขนาดนี้!”
โจวหลานไม่ไว้หน้าจางหย่าจือเลยแม้แต่น้อย
“จางหย่าจือ ฉันกินอาหารที่เธอทำไม่ลง”
เซี่ยเนี่ยนอันเลื่อนชามที่เต็มไปด้วยของดำคล้ำไปข้างหน้า “ไม่ชดใช้เสบียงให้ฉัน ก็จ่ายเงินมา”
“เสบียงของฉันไม่ได้มีไว้ให้เธอเอามาทิ้งขว้างแบบนี้”
แม้เซี่ยเนี่ยนอันจะไม่ได้ขาดแคลนเสบียงแค่นี้ แต่เธอก็ไม่ยอมทิ้งขว้างอาหาร
ต้องรู้ว่าในยุควันสิ้นโลก โจ๊กชามนี้ช่วยให้คนคนหนึ่งมีชีวิตต่อได้อีกวันหรือสองวัน ถ้าทำอาหารไม่เป็นจริง ๆ ก็ว่าไปอย่าง แต่ดูยังไงจางหย่าจือก็จงใจ พอเห็นคนเอาเสบียงมาทิ้งอย่างไม่รับผิดชอบ เธอก็อดโมโหไม่ได้
ซูเถาก็เลื่อนชามเข้าไปด้านในเช่นกัน ความหมายชัดเจนโดยไม่ต้องพูด
เธอก็กินไม่ลงเหมือนกัน!
เจียงหมิงหย่วนผู้แสนใจดีฝืนดื่มไปสองคำ ก่อนจะบ้วนทิ้งออกมา
ต่อให้ไหม้ก็พอทน แต่นี่ยังไม่สุกอีก ไม่รู้ว่าจางหย่าจือทำอาหารยังไง เมื่อกี้มัวแต่คิดอะไรอยู่กันแน่
เดิมทีเขาคิดจะช่วยพูดให้จางหย่าจือสักคำ แต่หาเหตุผลมาแก้ต่างไม่ได้จริง ๆ จึงก้มหน้า กัดหมั่นโถวข้าวโพดในมือไปคำหนึ่ง
