“จิ๊บ ๆ ๆ!”
เสียงคำรามแหลมเสียดหูของสัตว์ปีศาจดังก้องสะเทือนไปทั่วฟ้า ฝูงสัตว์ปีศาจบินระลอกที่สามโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง!
จำนวนของระลอกที่สามมากกว่าสองระลอกก่อนหน้าหลายเท่า บินกันแน่นขนัดจนมืดฟ้ามัวดิน อีกทั้งพลังปราณของแต่ละตัวก็แข็งแกร่งและดุร้ายยิ่งกว่าเดิม!
อย่างเช่นเวลานี้ ด้านหน้าฝูงสัตว์ปีศาจมีสัตว์ปีศาจบินร่างใหญ่ยักษ์สามตัวกำลังบินวนอยู่กลางอากาศ!
ตัวหนึ่งคือวิหคขนเหล็กขั้นสอง ปีกกางกว้างเกือบ 3 เมตร ขนสีดำสนิทดุจเหล็กกล้าตั้งชันทีละเส้น จงอยปากงุ้มคล้ายตะขอสะท้อนแสงเย็นเยียบ ดวงตาสีแดงชาดเรียวยาวจับจ้องอาคารเรียนเบื้องล่างเขม็ง ทุกครั้งที่กระพือปีก ลมแรงก็พัดพาทรายปลิวว่อน
อีกตัวคือกาดวงตาโลหิตขั้นสอง ลำตัวดำสนิท ขอบปีกมีแต้มสีแดงคล้ำคล้ายคราบเลือด ดวงตาทั้งสองข้างราวกับหยดเลือดที่แข็งตัว เสียงร้องของมันแฝงเสียงแหลมรบกวนจิตใจ
ส่วนห่านปีกเหล็กขั้นสองมีร่างกายกำยำที่สุด ปีกกางกว้างถึง 5 เมตรกว่า กระดูกปีกหนาใหญ่หุ้มด้วยเกล็ดแข็งกระด้าง เพียงสะบัดปีกก็สร้างลมกระโชกแรง รอบลำคอเต็มไปด้วยเกล็ดหยาบ จงอยปากมหึมาอ้าและหุบเมื่อใด น้ำลายเหม็นคาวก็หยดลงมาเมื่อนั้น
ครูที่ยังเหลืออยู่ในสนามกีฬาพอเห็นสัตว์ปีศาจขั้นสองทั้งสามตัว สีหน้าก็ซีดเผือดลงทันที!
ครูวิถียุทธ์ส่วนใหญ่ที่อยู่ตรงนั้นเป็นนักสู้ขั้นหนึ่ง ซึ่งทำได้เพียงฝืนต้านสัตว์ปีศาจขั้นหนึ่งเท่านั้น
หวังเจาฉวี่เป็นนักสู้ขั้นสองที่มีอยู่ไม่กี่คนในโรงเรียน ทว่าสัตว์ปีศาจบินครองความได้เปรียบบนฟ้า ทั้งยังโจมตีจากที่สูงและเปลี่ยนทิศทางได้ยากจะคาดเดา
แม้เป็นนักสู้ขั้นสอง หากต้องเผชิญหน้ากับหัวหน้าฝูงนกปีศาจขั้นสองหลายตัว พร้อมฝูงนกปีศาจที่มีจำนวนมหาศาล ก็ย่อมต้านไม่ไหว การปะทะตรง ๆ มีแต่จะถูกพวกมันรุมฉีกทึ้งจนบาดเจ็บสาหัส!
“ทุกคนถอยเข้าไปในอาคาร อาศัยภูมิประเทศในการต่อสู้!”
ทันใดนั้น เสียงตะโกนกึกก้องก็ดังแหวกเสียงนกร้องไปทั่วโรงเรียน เป็นเสียงของผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหมายเลขสอง!
บรรดาครูที่เฝ้าอยู่บนดาดฟ้าและผู้ปกครองนักสู้ที่เข้าร่วมต่อสู้เลิกปะทะกับศัตรู ต่างกระโดดลงจากดาดฟ้าอย่างรวดเร็ว