“???”
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนกะพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงง
คำพูดของเฮ่อเซียวฟังไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย เธอจึงหันไปมองฮั่วหลิ่นโดยไม่รู้ตัว
ฮั่วหลิ่นพาดแขนบนพนักโซฟาด้านหลังเธออย่างสบาย ๆ ท่าทางผ่อนคลาย มีเพียงดวงตาที่เหลือบมองเฮ่อเซียวอย่างเฉยชา
“ไสหัวไปได้แล้วหรือยัง?”
เฮ่อเซียวเป็นคนฉลาดหลักแหลม แค่เห็นท่าทีก็รู้ทันทีว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล
เขาเอนหลัง เปลี่ยนท่าทางเป็นสบาย ๆ แล้วหัวเราะ “คุณชายรอง ผมยังไม่ได้กินมื้อเช้าเลยนะ...”
แต่ยังไม่ทันพูดจบ ฮั่วหลิ่นก็ยกแขนที่พาดอยู่บนพนักโซฟากลับอย่างเชื่องช้า “อาเย่า”
“ครับ คุณชายรอง”
“ส่งแขก”
เฮ่อเซียว: ...
“คุณชายรอง แบบนี้ก็ไม่สนุกแล้วสิ! ผมเพิ่งมาถึง ยังไม่ได้จิบชาเลยสักอึก...”
ฮั่วหลิ่นเหลือบมองเขาด้วยแววตาเรียบเฉย เพียงแค่สายตาเดียว เฮ่อเซียวก็กลืนคำพูดที่เหลือลงคอไปอย่างฝืดฝืน
เขาลุกขึ้นอย่างรู้กาลเทศะ ก่อนจากไปยังไม่ลืมโบกมือให้หร่วนเนี่ยนเนี่ยน พร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย “น้องสะใภ้ ไว้วันหลังพี่เลี้ยงชา”
หร่วนเนี่ยนเนี่ยน: ...
น้องสะใภ้?
นี่มันคำเรียกอะไรกัน?
ประตูปิดลงหนัก ๆ ด้านหลังเขา
เฮ่อเซียวยืนอยู่ตรงทางเดิน หยิบบุหรี่มาคาบไว้ แต่ไม่ได้จุด
หลังจากเงียบไปสองวินาที จู่ ๆ เขาก็หัวเราะเบา ๆ
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาเฉินเส้าเชียน:
【บ้าเอ๊ย ข้างกายคุณชายรองมีคนแล้ว】
เฉินเส้าเชียนตอบกลับทันที:【???】
เฮ่อเซียวขี้เกียจพิมพ์ จึงส่งข้อความเสียงไปแทน “โธ่เอ๊ย อุตส่าห์เป็นห่วงว่าคุณชายรองจะต้องแต่งกับเจ้าสาวแก้เคล็ด ที่ไหนได้เขาไม่ยอมให้ตัวเองลำบากแม้แต่นิดเดียว ซ่อนสาวงามไว้ในบ้านเสียด้วย... จุ๊ ๆ ผู้หญิงคนนั้นเด็ดจริง ๆ!”
【???】
หลังส่งเครื่องหมายคำถามไป เฉินเส้าเชียนก็ส่งข้อความเสียงตามมา “คนข้างกายคุณชายรองไม่ใช่หร่วนเจียวเจียวหรือ?”
