เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงอรุณสาดผ่านหน้าต่างบานสูงเข้ามาในห้องนั่งเล่นของสวนหยุนสุ่ย
ฮั่วหลิ่นนั่งอยู่บนโซฟา เอกสารวางแผ่อยู่บนตัก นิ้วคีบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดไว้
เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ผมถูกรวบลวก ๆ ไว้ด้านหลัง เผยหน้าผากได้รูปกับคิ้วตาคมลึก ใต้ตาที่เคยคล้ำก็หายไปจนหมดสิ้น
“คุณชายรอง เฮ่อเซียวมาแล้วครับ...”
สิ้นเสียงอาเย่า ประตูห้องนั่งเล่นก็ถูกผลักเปิด
เฮ่อเซียวเดินเอื่อย ๆ เข้ามาจากหน้าประตู สวมสูทลำลองสีแดงไวน์ ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ด รอยสักภาษาละตินตรงไหปลาร้าปรากฏให้เห็นลาง ๆ
เขากวาดตามองฮั่วหลิ่น ก่อนชะงักฝีเท้า ดวงตาดอกท้อหรี่ลง มองสำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า
“โอ้โฮ...”
เฮ่อเซียวลากเสียงยาว เดินวางท่ามาหยุดตรงข้ามฮั่วหลิ่น ก่อนทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรงแล้วไขว่ห้าง
“คุณชายรอง วันนี้ไปกินยาวิเศษอะไรมาเนี่ย สีหน้าดูดีขึ้นขนาดนี้?”
ฮั่วหลิ่นไม่แม้แต่จะเงยเปลือกตา นิ้วยาวพลิกเอกสารไปอีกหน้า
เฮ่อเซียวไม่ยอมแพ้ ขยับเข้ามาดูใกล้ ๆ แล้วจุ๊ปากสองที “ใต้ตาที่เคยคล้ำก็หายไปหมดแล้ว... หรือว่าเริ่มกินเนื้อแล้ว?”
ในที่สุดฮั่วหลิ่นก็เงยหน้าขึ้น กวาดตามองเขาอย่างเรียบเฉย
“มีธุระ?”
“ไม่มีธุระมาไม่ได้หรือไง?”
“พูดให้รู้เรื่อง”
เฮ่อเซียวเห็นทีจะไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป จึงพูดตรง ๆ ว่า “คุณชายรอง บอกความจริงกับฉันมาเถอะ หร่วนเจียวเจียวคนนั้นเอายาเสน่ห์อะไรมาให้คุณกินหรือเปล่า?”
ฮั่วหลิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “หมายความว่ายังไง?”
“ก็หมายความว่า...” เฮ่อเซียวเม้มปาก “ฉันได้ยินมาว่าหร่วนเจียวเจียวหน้าตาก็ธรรมดา แถมชื่อเสียงในวงสังคมก็ไม่ค่อยดี เอาแต่ใจ อวดดี ไม่เอาถ่าน ช่วงหลายปีที่ไปเรียนต่อที่ลอนดอน นอกจากซื้อกระเป๋าก็เอาแต่เที่ยวบาร์ ไม่เคยทำเรื่องเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง”
