หร่วนเนี่ยนเนี่ยนชะงักไปเล็กน้อย ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก หลินซืออวิ้นก็หันไปมองอาเย่าที่เพิ่งเดินเข้ามา สำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
“คุณผู้ชายท่านนี้ดูยังหนุ่มอยู่เลย ทำงานอะไรหรือคะ?”
อาเย่าขมวดคิ้วนิด ๆ พลางเหลือบมองหร่วนเนี่ยนเนี่ยน เมื่อเห็นเธอไม่พูดอะไร เขาก็เม้มปาก ก่อนตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “คนขับรถครับ”
คนขับรถหรือ?
หลินซืออวิ้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะพรืดออกมา
คนที่อยู่ด้านหลังเธออีกหลายคนก็หัวเราะตาม เสียงหัวเราะเจือแววเยาะเย้ยอย่างไม่ปิดบัง
“ที่แท้ก็คนขับรถนี่เอง” หลินซืออวิ้นยกมือปิดปากหัวเราะ “หัวหน้าห้องนี่มีรสนิยมไม่เหมือนใครจริง ๆ”
หญิงสาวผมหยิกคนนั้นรีบเออออตาม “คนขับรถก็ดีออก อย่างน้อยก็มีงานมั่นคง แถมหน้าตายังหล่อด้วย”
“นั่นสิ ยุคนี้หาแฟนจะดูแค่ชาติตระกูลไม่ได้หรอก นิสัยดีต่างหากที่สำคัญที่สุด ยังไงก็ใช่ว่าจะหาเจ้าบ่าวที่เพียบพร้อมอย่างผู้อำนวยการโจวได้ง่าย ๆ …”
คนกลุ่มนั้นพูดแทรกกันไปมา ภายนอกเหมือนกำลังช่วยพูดแทนหร่วนเนี่ยนเนี่ยน แต่แท้จริงแล้วทุกคำล้วนแฝงการเยาะเย้ย
สีหน้าหร่วนเนี่ยนเนี่ยนไม่เปลี่ยน ราวกับไม่ได้ยินความหมายแฝงในคำพูดของพวกเธอ
กลับเป็นอาเย่าที่เพิ่งนึกขึ้นได้ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขากำลังจะอธิบาย หลินซืออวิ้นก็คล้องแขนโจวเหิงไท่เสียก่อน “หัวหน้าห้อง งั้นพวกเราไม่รบกวนเธอลองชุดแต่งงานแล้วนะ… ขอให้… มีความสุขล่ะ”
เธอเน้นเสียงสองคำสุดท้ายเป็นพิเศษ เปี่ยมไปด้วยความหยอกเย้า
คนกลุ่มนั้นหัวเราะคิกคักพลางเดินจากไป แม้จะเดินออกไปไกลแล้วก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะของพวกเธอ
อาเย่าหน้าขรึมลง อดเอ่ยถามไม่ได้ “คุณผู้หญิง พวกเธอเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าครับ ให้ผมไปอธิบายไหม?”
