บรรยากาศพลันแปรเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย
ราวกับมีบางสิ่งที่มองไม่เห็นจุดประกายขึ้นในอากาศ อุณหภูมิค่อย ๆ สูงขึ้นทีละนิด
สายตาของฮั่วหลิ่นเลื่อนลงจากใบหน้าของเธออย่างช้า ๆ ผ่านแนวไหปลาร้าอันงดงาม ไปหยุดอยู่บนเกล็ดเพชรระยิบระยับตรงขอบชุดแต่งงาน ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปอีกครึ่งคืบ…
จังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอย่างไม่ถูกกาลเทศะ
ฮั่วหลิ่นก้มมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง น้ำเสียงของเขาแหบพร่ากว่าเมื่อครู่เล็กน้อย “ผมขอไปรับโทรศัพท์ก่อน…”
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนรีบพยักหน้าหงึก ๆ ใบหูแดงร้อนผ่าวไปหมดแล้ว
ฮั่วหลิ่นทอดสายตามองสีแดงระเรื่อบนแก้มเธออยู่ชั่วครู่ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
เมื่อเดินผ่านประตู เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนเอียงหน้ามองอาเย่าที่รออยู่ด้านนอก “ดูแลเธอให้ดี”
อาเย่าพยักหน้าทันที “ครับ ท่านรอง”
ฮั่วหลิ่นรับสายที่ปลายทางเดิน แล้วผลักประตูห้องรับรองวีไอพีเข้าไป เสียงยียวนของเฮ่อเซียวก็ดังมาจากปลายสาย “ท่านรอง ได้ยินว่าวันนี้คุณพาคุณหนูใหญ่ตระกูลหร่วนไปลองชุดแต่งงานหรือครับ?”
ฮั่วหลิ่นไม่ตอบ เพียงส่งเสียงรับคำเบา ๆ ว่า “อืม”
เขานั่งเอนอยู่บนโซฟา ไขว่ห้างอย่างสบาย ๆ คีบบุหรี่มวนหนึ่งไว้ระหว่างนิ้ว แต่ไม่ได้จุด
“เอาจริงเหรอเนี่ย?” เฮ่อเซียวจุ๊ปากสองครั้ง “ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าคุณเชื่อเรื่องงมงายขนาดนี้ ถึงกับเชื่อเรื่องแต่งงานแก้เคล็ดอะไรนี่จริง ๆ เหรอ? อีกอย่าง คุณก็มีคนที่ชอบอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง?”
ฮั่วหลิ่นก้มมอง ปลายนิ้วลูบคลึงบุหรี่ในมือ ก่อนจะตัดบทอย่างไม่ใส่ใจ “มีธุระหรือเปล่า? ถ้าไม่มี ผมวางแล้วนะ”
