“อรุณสวัสดิ์”
“...อรุณสวัสดิ์” หร่วนเนี่ยนเนี่ยนเลื่อนเก้าอี้แล้วนั่งลง ก้มหน้าหลุบตา ไม่กล้ามองเขา
แม้จะเป็นอาหารเช้า แต่ก็จัดเต็มไม่น้อย
มีทั้งฮะเก๋ากุ้งใส ข้าวต้มเรือ และซาลาเปาลาวาลูกเล็ก ๆ ที่ยังมีไอร้อนลอยกรุ่น วางเต็มโต๊ะอาหาร
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนจิบนมไปคำหนึ่ง แต่หางตากลับอดเหลือบมองคนฝั่งตรงข้ามไม่ได้
ฮั่วหลิ่นแต่งตัวสบาย ๆ คอเสื้อเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าขาวซีดช่วงหนึ่ง ทว่ารอยคล้ำใต้ตากลับเห็นชัดเกินไป เมื่ออยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่โดดเด่นเกินใคร จึงยิ่งสะดุดตาเป็นพิเศษ
เธอรู้สึกผิดอยู่หน่อย ๆ จึงรีบเบือนสายตาหนี พลางคิดในใจว่าวันนี้ควรแยกห้องนอนกันดีไหม จะได้ไม่ต้องฝืนทนจนหมดแรงอีก
ในจังหวะที่หร่วนเนี่ยนเนี่ยนกำลังคิดฟุ้งซ่าน สายตาของฮั่วหลิ่นก็ไล้ผ่านร่างเธอ
วันนี้หร่วนเนี่ยนเนี่ยนสวมชุดเดรสเชิ้ตสีขาว รวบผมเป็นหางม้าต่ำ เผยลำคอขาวผ่องเรียวระหง
การแต่งตัวดูเรียบง่าย ทว่าดวงหน้ากลับงามสะดุดตา ความงามเย้ายวนที่ติดตัวมาแต่กำเนิดนั้นยากจะปิดบัง จนใครเห็นก็ยากจะละสายตา
“วันนี้มีธุระหรือ?” เขาถาม ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ แต่สายตายังคงจับอยู่ที่เธอ
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนเม้มปาก “นัดสัมภาษณ์งานไว้ค่ะ...”
“สัมภาษณ์งาน?” ฮั่วหลิ่นเลิกคิ้วเล็กน้อย แก้วกาแฟชะงักอยู่ตรงริมฝีปาก “บริษัทอะไร?”
“ซิงเฉินเอ็นเตอร์เทนเมนต์ค่ะ”
พูดจบ หร่วนเนี่ยนเนี่ยนก็ยังรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่บ้าง
เพราะหร่วนเจียวเจียวเรียนด้านการจัดการศิลปะที่ลอนดอน ซึ่งแทบไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทบันเทิงเลยสักนิด...
ถ้าเธอไปสมัครงานที่บริษัทบันเทิง จะถูกจับได้หรือเปล่า?
“อืม”
แต่ฮั่วหลิ่นเพียงพยักหน้า จากนั้นก็ยกมือเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ “สัมภาษณ์กี่โมง?”
“เก้าโมงครึ่งค่ะ”
ฮั่วหลิ่นวางแก้วกาแฟลง “ให้อาเย่าขับรถไปส่ง”
“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ...” หร่วนเนี่ยนเนี่ยนรีบโบกมือ “ฉันเรียกรถไปเองก็ได้”
