สิ้นเสียงนั้น ห้องส่วนตัวก็เงียบลงชั่วขณะ
ซิงเฉินเอ็นเตอร์เทนเมนต์เป็นบริษัทที่เฮ่อเซียวก่อตั้งขึ้นมาด้วยตัวเอง แม้ขนาดจะไม่ถึงขั้นแถวหน้า แต่ก็ได้เปรียบตรงมีช่องทางกว้างขวางและเส้นสายมากมาย ตลอดหลายปีมานี้ ศิลปินที่บริษัทปั้นขึ้นมาแทบจะครองพื้นที่ข่าวบันเทิงไปเกือบครึ่งวงการ
ในเซียงเจียง ธุรกิจบันเทิงเป็นเหมือนขุมทรัพย์ก้อนโต ทว่าก็มีเบื้องลึกเบื้องหลังมากมาย
ซิงเฉินเอ็นเตอร์เทนเมนต์เติบโตได้ในมือเฮ่อเซียว ไม่ได้อาศัยแค่เงินเพียงอย่างเดียว
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ…
นี่เป็นเพียงธุรกิจที่เฮ่อเซียวทำเล่น ๆ
ต่อให้เป็นการซื้อกิจการ ก็ยังไม่ถึงคราวคนแซ่เจียงอย่างเขา
“อาศัยเขาน่ะหรือ?” เฮ่อเซียวหัวเราะเยาะ พลางสะบัดขี้เถ้าจากปลายนิ้ว “เขาคู่ควรด้วยหรือ!”
เฉินเส้าเชียนยิ้ม “อีกฝ่ายเสนอราคาหนักเอาการ ไม่แน่ว่าอาจซื้อได้จริง ๆ”
สิ้นเสียงนั้น ฮั่วหลิ่นที่เงียบมาตลอดก็เงยหน้าขึ้นกะทันหัน
บุหรี่ที่คีบอยู่ระหว่างนิ้วลามไหม้ไปครึ่งมวน เถ้าสีขาวเทากำลังจะร่วงแหล่มิร่วงแหล่
“ซิงเฉินเอ็นเตอร์เทนเมนต์?”
เฮ่อเซียวหันไปมองเขา สีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ใช่แล้ว มีอะไรหรือ? ปกตินายไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ไม่ใช่หรือไง?”
ฮั่วหลิ่นหลุบตาลง ก่อนจะกดบุหรี่ลงในที่เขี่ยอย่างเชื่องช้า
เขาทำเบามือมาก แต่กลับทำให้ทุกคนในห้องเงียบเสียงลงโดยไม่รู้ตัว
“จู่ ๆ ก็เริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว” ฮั่วหลิ่นพูดจบก็หยิบกุญแจรถบนโต๊ะเตี้ยขึ้นมาแล้วลุกยืน “วันหลังโอนซิงเฉินเอ็นเตอร์เทนเมนต์ให้ฉัน”
“หา?” เฮ่อเซียวชะงัก ดวงตาดอกท้อเบิกกว้าง “อะไรคือโอนให้? ท่านสอง นี่คิดจะลงมือแย่งกันเลยหรือ?”
