“เฮ่ออวี่คนนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวปัญหาของบริษัทเราเลย...”
เฉินหลินนับนิ้วไล่ทีละข้อ “อารมณ์ร้าย ไม่ยอมให้ใครควบคุม อัดเพลงก็ยังมาสาย ซ้อมใหญ่ก็เบี้ยว ทะเลาะกับรุ่นพี่ แถมยังทุบกีตาร์หลังเวที... สรุปว่าปัญหาแบบไหนที่เธอนึกออก เขาทำมาหมดแล้ว”
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนมองใบหน้าหล่อเหลาเกินธรรมชาติในรูปถ่ายโดยไม่พูดอะไร
“ผู้จัดการสิบสามคนก่อนหน้าเขา บางคนโดนเขาทำเอาร้องไห้ บางคนโดนเถียงจนลาออกไป อีกคนถึงขั้นยกเลิกสัญญากับบริษัท ยอมจ่ายค่าผิดสัญญาก็ไม่ขอทำต่อ” เฉินหลินมองเธออย่างเห็นใจ “พี่หลินบอกให้เธอลองดูก่อน ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ค่อยเปลี่ยนคน”
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนปิดแฟ้มเอกสาร “ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”
“เอ๊ะ?” เฉินหลินชะงักไปครู่หนึ่ง “น่าจะอยู่ห้องซ้อมชั้นบนนะ ห้องที่อยู่ในสุดที่ฉันพาเธอไปเมื่อกี้... ช่วงนี้เขากำลังเตรียมตัวออกรายการวาไรตี้เพลง เลยขลุกอยู่ในห้องซ้อมทุกวัน”
“ได้ ฉันจะไปดูหน่อย”
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนลุกขึ้น หยิบกระเป๋าแล้วเดินออกไป
เฉินหลินตะโกนไล่หลัง “แน่ใจนะว่าจะไปตอนนี้เลย? ไม่เตรียมใจสักหน่อยเหรอ?”
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนไม่ได้หันกลับมา เพียงโบกมือให้
……
ห้องซ้อมอยู่บนชั้นสิบเอ็ด
ทั้งชั้นถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่ฝึกซ้อม สองข้างทางเดินเรียงรายด้วยห้องกระจกเก็บเสียง มองเห็นคนข้างในกำลังฝึกเต้นบ้าง ฝึกร้องเพลงบ้าง และบางกลุ่มก็กำลังยืนคุยปรึกษากัน
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนเดินไปจนสุดทางเดิน ประตูห้องซ้อมห้องในสุดแง้มอยู่
