เมื่อกล่าวมาถึงขั้นนี้ แทบไม่มีทางถอยแล้ว หลิงชวนค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน กล่าวเสียงเข้มว่า “เช่นนั้นก็ให้ข้าดูหน่อยเถิดว่าตระกูลเหยาของเจ้ามีความสามารถเพียงใด ถึงกล้าสู้กับข้าจนแตกหักกันไปข้างหนึ่ง!”
“ส่วนที่ก่อนหน้านี้เจ้าถามข้าว่า กลัวหรือไม่ที่จะต้องแบกรับชื่อเสียงด่างพร้อยจากการสังหารผู้บริสุทธิ์และทำร้ายขุนนางผู้จงรักภักดี ข้าจะตอบเจ้าให้เดี๋ยวนี้!”
หลิงชวนกวาดสายตามองเหล่าสายตรงตระกูลเหยา แล้วกล่าวเสียงกร้าวว่า “ก่อนหน้านี้ข้าสังหารผู้คนนับหลายแสนบนทุ่งหญ้าตะวันตก ยังไม่กะพริบตาสักครั้ง นับประสาอะไรกับคนไม่กี่ร้อยคนในตระกูลเหยาของเจ้า อีกอย่าง ในตระกูลเหยาของเจ้ามีผู้บริสุทธิ์ด้วยหรือ?”
“เจ้าต้องการอะไรกันแน่?” เหยาฉงสี่ลุกขึ้นยืนเช่นกัน สะกดกลั้นโทสะในใจแล้วถาม
หลิงชวนไม่หันกลับไป เพียงกล่าวเรียบ ๆ ว่า “คืนสิ่งของทั้งหมดที่ไม่ใช่ของตระกูลเหยามาให้หมด!”
มุมปากเหยาฉงสี่กระตุกอย่างแรง กล่าวว่า “ท่านอ๋องไม่คิดเหลือทางรอดให้ตระกูลเหยาของข้าเลยหรือ?”
หลิงชวนหันไปมองเขาเล็กน้อย กล่าวว่า “ตลอดหลายปีมานี้ ตระกูลเหยาของเจ้าเคยเหลือทางรอดให้ชาวบ้านหรือไม่? ผู้บริสุทธิ์ที่ตายด้วยน้ำมือของตระกูลเหยายังมีไม่มากพอหรือ?”
“หรือไม่มีทางเจรจากันจริง ๆ ไม่อาจให้ตระกูลเหยาของข้ามีทางเลือกที่สองได้หรือ?” คราวนี้น้ำเสียงของเหยาฉงสี่แฝงความประนีประนอมอยู่หลายส่วน
มุมปากหลิงชวนยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา กล่าวว่า “ทางเลือกที่สองก็คือ ข้าจะไปเอาคืนด้วยตนเอง!”
