“ท่านแม่ทัพเฒ่า!” หนานกงซื่อเผยสีหน้าตื่นเต้น ก่อนยกมือคารวะอีกฝ่ายก่อน
“แม่ทัพหนานกงลำบากแล้ว!” จางป๋อหยวนพยักหน้ากล่าว
ทั้งสองแลกเปลี่ยนข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์สำคัญในยามนี้อย่างคร่าว ๆ จากนั้นหนานกงซื่อกับอานกั๋วกงก็ขึ้นไปยังหอบัญชาการ ผู้ติดตามนอกจากเหยาจงกับฉางปิงอวี่แล้ว ยังมีนายกองทหารคนสนิทของหนานกงซื่อด้วย
“ทุกคนจงฟัง ข้าคือจางป๋อหยวน!”
เสียงของอานกั๋วกงดังสนั่นประหนึ่งฟ้าคำราม กึกก้องไปทั่วทั้งค่ายทหาร เหล่าคนสนิทของเติ้งอันผิงกับเกาเหลียงจวิ้นในค่ายถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น แม้ทัพฝูโปจะกระจายข่าวนี้ไปทั่วค่ายแล้ว ทว่าหลายคนก็ยังคงคลางแคลงใจ
ครั้นได้ยินสามคำว่า “จางป๋อหยวน” หัวใจที่แขวนค้างของทุกคนก็พลันสงบลง ในหมู่พวกเขามีเพียงทหารเก่าของกองทัพเรือตงเจียงที่รู้ว่าชื่อนี้มีน้ำหนักเพียงใด
แม้แต่ทหารใหม่ที่เพิ่งเข้ามาประจำชายแดนตะวันออกในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ก็ยังเคยได้ยินวีรกรรมของแม่ทัพเฒ่าผู้นี้มานับครั้งไม่ถ้วน และรู้ดีว่าชื่อเสียงเกือบครึ่งของกองทัพเรือตงเจียงนั้นสร้างขึ้นด้วยมือเขา
ในอดีต ชายแดนตะวันออกถูกศัตรูรายล้อม ไม่เพียงโจรวาโก๊ะจากต้าเหอจะเข้าออกได้ตามใจ แม้แต่แคว้นเล็ก ๆ อย่างซินหลอ แพ็กเจ และโครยอก็ยังหาโอกาสเข้ามาปล้นสะดมอยู่เนือง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ตามแนวชายฝั่งชายแดนตะวันออกยังมีโจรสลัดชุกชุม ชาวบ้านในแต่ละถิ่นล้วนเดือดร้อนไม่เป็นสุข
หลังจางป๋อหยวนเข้ารับช่วงดูแลกองทัพเรือตงเจียง เขาก็ลงมือจัดการโจรสลัดเหล่านี้เป็นอันดับแรก และใช้พวกมันเป็นหินลับดาบในการฝึกทหาร
ตลอดสองปีเต็มที่ฝึกฝนด้วยการรบจริง ทำให้กำลังรบของกองทัพเรือตงเจียงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด หลังจากนั้น เขายังสร้างกองกำลังชั้นยอดขึ้นด้วยมือของตนเองถึงสี่หน่วย ได้แก่ ทัพฝูโป ทัพคลื่นพิโรธ ทัพเจิ้นไห่ และองครักษ์คุนหลง ทั้งยังคิดค้นกระบวนดาบตงเจียง ซึ่งรบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งในสมรภูมิ
