ย่อมมิใช่ทุกผู้คนจะเข้าสำนักศึกษาได้
หลายวันก่อน อวิ๋นซูหลานนำศิษย์ทั้งหลายวางกฎสอบเข้าอย่างรัดกุม มิเพียงทดสอบ 'รากปัญญา' หากยังตรวจตราคุณธรรม ต้องผ่านการสอบเท่านั้นจึงได้เป็นศิษย์
ด้วยการยืนกรานของอวิ๋นซูหลาน หลิงชวนได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าสำนัก มิใช่ตำแหน่งลอย เพราะต้องบรรยายที่สำนักตามวาระ โดยเฉพาะสำนักบู๊ เขาคืออาจารย์บรรยายเอก
ข่าวการเปิดป้ายสำนักศึกษาอวิ๋นโจวแพร่สะพัดก่อนแล้ว ชาวบ้านมากมายมาชมพิธี ผู้คนแย่งพาบุตรหลานสอบเข้า หวังได้ศึกษาที่นี่
แม้แต่ตัวหลิงชวนเองก็มิอาจคาดคิด หลายปีให้หลัง เหล่าบัณฑิตกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าจากสำนักศึกษาอวิ๋นโจวจะมุ่งสู่เมืองนครเทวะสอบเข้ารับราชการ
บ้างเป็นขุนนางน้อยในท้องที่ บ้างปกครองอาณาเขตระดับแคว้น ยิ่งมีผู้ก้าวสู่ราชสำนักหรือเป็นขุนนางใหญ่ครองชายแดน
เช่นเดียวกัน ศิษย์จากสำนักจำนวนไม่น้อยเข้าประจำชายแดน ภายหลังกลายเป็นแม่ทัพชื่อกระฉ่อน
สถานะของสำนักศึกษาอวิ๋นโจวไล่ทันสำนักศึกษานครเทวะ ท้ายสุดกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในใจบัณฑิตใต้หล้า
ส่วน 'คติสี่ประการฟ้าดิน' บนศิลาหน้าสำนักก็ส่งอิทธิพลต่อผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ยามบัณฑิตรุ่นหลังท่องถ้อยคำสะเทือนวิญญาณทั้งสี่นี้เงียบๆ จักต้องหวนนึกถึงผู้ยืนอยู่เหนือเทพแท่นบูชาองค์นั้นโดยมิรู้ตัว
หลายวันให้หลัง หน้าสำนักศึกษาอวิ๋นโจวแน่นขนัด หลิงชวนเรียกประชุมแม่ทัพนายกอง รุ่นแล้วรุ่นเล่าให้ไปฟังบรรยายที่สำนักบู๊ทันที
