เมื่อได้ยินชื่อนั้น แววตาของชายท่าทางเยือกเย็นพลันปรากฏแววสังหาร รูม่านตาหดเล็กลงฉับพลัน
ซวีปู่เยี่ยนคือหนึ่งในนายร้อยห้านายใต้บังคับบัญชาของเขา เสียชีวิตที่หมาฟงโข่วเล็ก ๆ เมื่อสองปีก่อน นั่นเป็นแม่ทัพระดับสูงสุดที่เสียชีวิตในการรบตั้งแต่กองทัพกาโลหิตตั้งขึ้น ทั้งเป็นความอัปยศครั้งใหญ่ที่สุดของกองทัพกาโลหิต ทุกครั้งที่หวนคิดถึงก็ยังคงโทสะเดือดดาลด้วยจิตสังหารไม่เสื่อมคลาย
“ข้าจะใช้โลหิตของกองนกเค้าแมวรัตติกาลทั้งหมดลบล้างความอัปยศของกองทัพกาโลหิต!” ทุกถ้อยคำของชายเยือกเย็นเหมือนเล็ดลอดออกจากซอกฟัน
ผู้นี้มีนามว่าเซวียฉาน กองทัพกาโลหิตที่มีชื่อกระฉ่อนด้านความอำมหิตคือสิ่งที่เขาสร้างขึ้นด้วยมือผู้เดียว
แม้ว่ากองทัพกาโลหิตเมื่อเต็มกำลังก็เพียงห้าร้อยนาย แต่ทุกนายล้วนเป็นกองกำลังชั้นยอดตัวจริง คัดเลือกมาหนึ่งในพัน กล่าวได้โดยไม่เกินเลยว่า ทหารโจวที่เปื้อนโลหิตอยู่ในมือของสมาชิกกาโลหิตแต่ละนายล้วนเกินสองหลัก
เขาดำรงตำแหน่งเพียงนายกองพัน แต่สถานะในกองทัพของจักรวรรดิหูเจี๋ยนั้นเป็นรองเพียงแม่ทัพหลักไม่กี่คน สูงส่งกว่าตำแหน่งนายกองหมื่นทั่วไปอยู่หลายส่วน
ต่อให้เป็นแม่ทัพร้ายกาจคนสนิทอย่างปั๋วเอ่อซู่และอู้เลี่ยซึ่งอยู่ใต้บังคับของทั่วปาจี๋ เมื่อเผชิญหน้ากับผู้นี้ก็ยังต้องยอมถอยให้สามส่วน
ครานี้แม่ทัพใหญ่ทั่วปาจี๋เรียกแม่ทัพของกองทัพบุกใต้มาชุมนุมอย่างกะทันหัน เตรียมจะยกพลเข้าโจมตีชายแดนเหนือของต้าโจว
คำสั่งนี้ประกาศออกไป ทุกคนล้วนพากันตกตะลึงจนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่ท่วงท่าของทั่วปาจี๋กลับเด็ดเดี่ยวผิดธรรมดา ทั้งยังแจ้งแก่ทุกคนอย่างแจ่มแจ้งว่า นี่คือคำสั่งจากเมืองเทียนฮั่น
คำสั่งจากเมืองเทียนฮั่นมีความหมายเช่นไรนั้น ย่อมไม่ต้องกล่าวให้มากความอีก
