หลิวซีถูย่อมรู้ดีถึงผลร้ายที่อาจเกิดขึ้น ใบหน้าเปลี่ยนสีไปมาอย่างลังเล สุดท้ายกลายเป็นเสียงคำรามต่ำเปี่ยมความคับแค้นและเดือดดาล ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่ฉินฝูหยวนที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้าง ๆ อย่างดุดัน
แท้จริงแล้ว เขาใช่ว่าจะไม่รู้เรื่องที่ฉินฝูหยวนคิดสวมความดีความชอบเลยแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้ไม่นานฉินฝูหยวนเคยเอ่ยบอกเป็นนัย ๆ ตัวเขาเองก็ไม่ได้เห็นชอบชัดเจน แต่ก็มิได้ห้ามปรามอย่างเคร่งครัด ถือเป็นการยอมโดยปริยาย พลอยหวังจะมีส่วนแบ่งผลประโยชน์นั้นด้วย
ทว่าหลิวซีถูไม่เคยคาดคิดเลยว่าฉินฝูหยวนจะทำเรื่องไม่รัดกุมถึงเพียงนี้ เต็มไปด้วยช่องโหว่ ทุกหนทุกแห่ง บัดนี้ถูกคนจับหลักฐานมัดตัวได้แน่นหนา นับว่าหาเหาใส่หัวตัวเองแท้ ๆ!
อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายก็คือน้องเขยของตน และยังเป็นผู้ช่วยคนสำคัญคนหนึ่งในกองทัพเปิงโจว หากจะให้เขายืนดูฉินฝูหยวนถูกประหารต่อหน้าต่อตาโดยไม่ยื่นมือเข้าช่วย ไม่ว่าด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือส่วนรวม หลิวซีถูล้วนทำใจไม่ได้
“ข้าหลิงชวนสงสัยยิ่งนัก...” หลิงชวนจ้องมองคมกริบราวมีด ราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปในจิตใจคนได้ เขาจับจ้องหลิวซีถูพลางเอ่ยอย่างเปี่ยมความหมาย “เขา ฉินฝูหยวน เป็นเพียงนายกองกระจอก ๆ คนหนึ่ง จะมีอารมณ์กล้าพอที่จะก่อคดีอุกฉกรรจ์หลอกลวงเบื้องบน บิดเบือนราชโองการ และเข่นฆ่าทายาทผู้จงรักภักดีเช่นนี้ได้อย่างไร หรือว่า... เบื้องหลังเขามีผู้อื่นบงการและหนุนหลังอยู่กัน?”
“หลิงชวน! เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” หลิวซีถูเปลี่ยนสีหน้าโดยพลัน เขาจะฟังไม่ออกได้อย่างไรว่าคำพูดนี้เสียดสีเหน็บแนม เห็นได้ชัดว่าต้องการจะโยนหมวกผู้บงการเบื้องหลังนี้มาสวมให้เขา!
ทว่าหลิงชวนกลับแสร้งยิ้มอย่างสบายอารมณ์ เพียงแต่รอยยิ้มนั้นมิได้ส่งไปถึงดวงตา “ท่านแม่ทัพหลิว เหตุใดต้องลุกลี้ลุกลนถึงปานนี้? ข้าเพียงคาดคะเนตามหลักเหตุผลเท่านั้น หรือว่า... ท่านแม่ทัพหลิวรู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรมาบ้าง?”
