หนานกงซื่อก็พยักหน้ากล่าวว่า “แม้จักรวรรดิไทเหอจะเชี่ยวชาญการรบทางน้ำมากกว่า แต่ความสามารถในการรบทางบกของพวกเขาก็มิอาจมองข้ามได้ หากปล่อยให้พวกเขาขึ้นฝั่ง ก็ต้องสังหารให้สิ้นในกระบวนท่าเดียว อย่าให้พวกเขาได้มีโอกาสหายใจเด็ดขาด!”
ฮ่องเต้ทรงพยักพระพักตร์ ทรงยอมรับว่าแผนการของหลิงชวนเป็นยุทธวิธีที่ดี กล้าได้กล้าเสีย แต่ก็เสี่ยงอันตรายยิ่ง ก้าวเดินที่อันตรายนี้ต้องอาศัยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวอย่างยิ่งเพื่อแบกรับผลลัพธ์
พระองค์ทรงจ้องไปที่หลิงชวน ตรัสถามว่า “หลิงชวน เจ้าคิดว่า หากใช้ยุทธวิธีของเจ้า ต้องใช้กำลังพลเท่าใดจึงจะชนะ?”
“กระหม่อมไม่เคยประมือกับกองทัพไทเหอ ไม่ทราบกำลังรบและรายละเอียดของพวกเขา แต่จากการคาดคะเนคร่าว ๆ นอกจากกำลังรักษาการณ์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้แล้ว อย่างน้อยต้องมีกำลังพลมากกว่าอีกฝ่ายสามเท่า!” หลิงชวนทูลตอบ น้ำเสียงระมัดระวัง
หลังจากเข้าเฝ้าเมื่อหลายวันก่อน หลิงชวนให้หลานเส้าถังช่วยหาข่าวกรองเกี่ยวกับกองทัพเรือตงเจียงและจักรวรรดิไทเหอให้ตนเอง เมื่อดูแล้วก็พบว่า ความสามารถในการรบทางน้ำของทั้งสองฝ่ายต่างกันไม่น้อยเลยทีเดียว ปัญหานี้มิใช่สิ่งที่แก้ได้ในวันสองวัน
ส่วนความสามารถในการรบทางบกของกองทัพไทเหอนั้น หลิงชวนไม่อาจรู้ได้ แต่ที่แน่ ๆ คือ พอขึ้นมาบนบก ช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายจะแคบลง นี่คือโอกาสเดียวของต้าโจว
ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อกองทัพเรือไทเหอละจากเรือรบ ก็เท่ากับถูกตัดเส้นทางลำเลียง ต่อให้ไม่สามารถกำจัดพวกเขาทั้งหมดในคราวเดียว ก็สามารถทำให้พวกเขาอ่อนล้าจนพ่ายไปเอง
