“พรวด!”
ถังเลี่ยระงับพลังเลือดลมที่ปั่นป่วนภายในกายไม่ไหว สุดท้ายก็กระอักเลือดออกมาคำโต
มองไปที่หมัดขวา เลือดเนื้อเละเทะตั้งแต่แรกแล้ว ครั้นสะบัดหลุดจากเส้นไหมเมื่อครู่ เส้นไหมคมกริบก็บาดเข้าในหมัดเป็นรอยลึกจนเห็นกระดูก เลือดไหลอาบ
พระสนมฉีมิได้ยืดเยื้อ ร่างบางพลิ้วตวัดตรงดิ่งไปยังประตูเมือง
ทหารองครักษ์ต้องห้ามบนถนนเห็นดังนั้นก็โก่งเกาทัณฑ์ แต่ร่างของพระสนมฉีรวดเร็วเกินไป ทั้งยังหาช่องทางที่มีชายคายื่น มุมตึกสูงกำบังเพื่อหลบหลีก ลูกเกาทัณฑ์ของทหารองครักษ์ต้องห้ามไม่อาจต้อนนางได้ ทุกดอกยิงล้วนว่างเปล่า
พลิ้วหลบไปมาได้ไม่กี่ที นางก็ขึ้นไปอยู่บนมุมชายคาที่ห่างจากกำแพงเมืองเพียงเส้นถนนเดียว ขอเพียงทะยานข้ามถนนสายนี้ ขึ้นไปบนกำแพงเมือง ก็จะหลุดพ้นจากกรงขังที่พันธนาการนางมานานกว่ายี่สิบปีนี้เสียที ได้อิสรภาพคืนมา
แต่ในขณะกระนั้น นางกลับหยุดชะงักกะทันหัน เพราะบนยอดหอประตูเมืองอีกฝั่ง มีร่างหนึ่งยืนนิ่งอยู่
ร่างนั้นซูบผอม หลังค่อม ท่วงท่าชราดูคล้ายครึ่งตัวก้าวเข้าโลงไปแล้ว ลมกระโชกเบาๆ ก็คงพัดปลิว
ทว่าครั้นเห็นร่างนี้ พระสนมฉีกลับมีสีหน้าหนักหน่วงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พลังปราณรอบกายก็พลันฝืดขัดไปหลายส่วน
ผู้อาวุโสถือไม้เท้าอันเก่าคร่ำ ยืนนิ่งบนสันหลังคายอดหอ รูปร่างแม้ชราภาพ แต่กลับแผ่แรงกดดันที่ยากพรรณนาออกมา
ในสายตาพระสนมฉี ผู้อาวุโสผู้นี้หาใช่คนแก่ที่ร่างโยนเซไม่ ทว่าคือขุนเขาตระหง่าน ต่อให้นางใช้พลังทั้งหมด ก็ยากจะข้ามพ้น
