ฉี๋กุ้ยเฟยพยักหน้าน้อย ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “พวกเจ้าจงวางใจ แม้สิ้นชีพ ชื่อของพวกเจ้าก็จะถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลาเกียรติยศแห่งหย่งเย่ชั่วนิรันดร์ ครอบครัวของพวกเจ้าจะได้รับการดูแลอย่างดีจากองค์กร!”
ขณะนางเตรียมออกคำสั่งลงมือ ขันทีหนุ่มผู้หนึ่งก็วิ่งพรวดเข้ามาอย่างตื่นตระหนก คุกเข่าลงกระแทกพื้น ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
“องค์หญิงศักดิ์สิทธิ์ เรื่องร้าย! องค์ชายรอง……องค์ชายรองหายตัวไปแล้ว!” น้ำเสียงของขันทีหนุ่มเต็มไปด้วยความหวาดกลัว สั่นเครือด้วยความตื่นตระหนก
เมื่อได้ยินข่าวนี้ สีหน้าฉี๋กุ้ยเฟยเปลี่ยนไปทันที นางตวาดถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “ว่าไงนะ? ข้าไม่ได้สั่งให้พวกเจ้าคุมตัวเขาไว้อย่างเข้มงวดหรือ? หายตัวไปได้อย่างไร?”
“บ่าวเฝ้าอยู่หน้าประตูตำหนักมิเคยห่างแม้ครึ่งก้าว! เมื่อมื้อเช้า องค์ชายรองยังประทับอยู่ในตำหนัก แต่เมื่อครู่นี้ไปถวายยา ตำหนักกลับว่างเปล่าไร้ผู้คน!” ขันทีทูลตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น
“ไอ้พวกไร้ประโยชน์! ออกไปตามให้หมด! เป็นตายอย่างไรก็ต้องเจอตัว!” ฉี๋กุ้ยเฟยตวาดลั่น ดวงตาแดงก่ำดุจจะพ่นไฟออกมาได้ “ไอ้ทรชนนี่ หากบังอาจมาทำลายแผนการใหญ่ ข้าจะสังหารมันด้วยมือข้าเอง!”
บัดนี้ทุกอย่างเตรียมการไว้พร้อมแล้ว ปฏิบัติการก็คืบใกล้เข้ามาทุกที แต่ไอ้ลูกทรพีดันหลบหนีไปเสียได้! หากหาไม่พบโดยเร็ว แผนการทั้งหมดของพวกนางก็จะพังทลายลง
แม้วันนี้โจวเฉิงหยวนจะสิ้นชีพ ณ อุทยานกวางขาว ก็จำเป็นต้องมีผู้ที่ ‘เหมาะสมและชอบธรรม’ ขึ้นสืบทอดราชบัลลังก์ หากไม่พบตัวโจวอวิ๋นให้ทันการณ์ ฝ่ายหวงก็จะฉวยโอกาสออกโรง สิ่งที่พวกนางลงแรงไปทั้งหมดก็จะกลายเป็นของขวัญให้ผู้อื่นมิใช่หรือ?
