บนเกาะเชจู โทกูงาวะ โยชิโนบุ นั่งอยู่ในกระโจมบัญชาการกลาง
แม้สีหน้าของเขาจะสงบนิ่ง แต่นิ้วที่เคาะโต๊ะกลับมีจังหวะเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้ชัดว่า ในใจเขาไม่สงบเหมือนภายนอก
ใกล้ถึงช่วงสวีซื่อ1 แล้ว แต่ยังไม่เห็นโทยามะ คาเงโมโตะ2 กลับมา ความไม่สบายใจในใจของเขายิ่งขึ้นถึงขีดสุด
“เกรงว่าคุณชายโทยามะคงไม่กลับมาแล้ว!” ในที่สุด โทกูงาวะ โยชิโนบุก็เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบในที่ประชุม
คำพูดนี้ทำให้ทั่วห้องเงียบกริบ มีแต่เสียงสูดลมหายใจเย็นเยียบ แม้หลายคนจะคาดการณ์ไว้แล้ว แต่เมื่อออกจากปากของโทกูงาวะ โยชิโนบุผู้เป็นแม่ทัพ ก็เท่ากับเป็นการตอกฝาโลง
โทกูงาวะ โยชิโนบุไม่สนใจนายทหารที่ยังอยู่ในความตกตะลึง ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน กล่าวว่า “หากข้าคาดไม่ผิด หลิงชวนจะมาถึงเกาะเชจูก่อนฟ้าสาง และจะนำทัพขึ้นฝั่งทันทีที่ฟ้าเริ่มสาง!”
“หา? ไม่จริงกระมัง! หลิงชวนต่อให้เต็มกำลังก็แค่ห้าหมื่นนาย และส่วนใหญ่เป็นทหารยอมจำนนที่รวบรวมมาปะติดปะต่อกัน ฝ่ายเรายึดเกาะตั้งมั่น พวกมันบุกโจมตีก็เท่ากับรนหาที่ตาย!” ชิมาซุ ทาดัตสึเนะถามด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
แต่โทกูงาวะ โยชิโนบุกลับส่ายหน้า กล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “การนำทัพของเด็กนี่ไม่เคยทำตามกฎเกณฑ์ อย่าประมาทเด็ดขาด!”
“เหอะ! พวกอัปปรีย์ไม่รู้จักเป็นตายนี่ หากกล้ามา ข้ารับรองว่า จะไม่ได้ขึ้นฝั่งสักคน!” ซานาดะ ยูกิทากะกล่าวอย่างกร้าว
“ทหารทุกนายฟังคำสั่ง...” โทกูงาวะ โยชิโนบุเปล่งเสียงดังก้อง
นายทหารทั้งปวงลุกขึ้นยืน ตั้งใจฟังคำสั่งแม่งทัพ
