อวี๋โจว
ใต้เขาอู่หลิง เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งแนบชิดริมฝั่งแม่น้ำฉางเจียง
กระแสน้ำฉางเจียงอันเชี่ยวกรากกัดเซาะคันดินตลอดปี ทางการท้องถิ่นจำต้องควบคุมอุทกภัยไม่เว้นปี เกณฑ์แรงงานจำนวนมหาศาลมาขนหินมหึมาเสริมแนวตลิ่ง
บุรุษผู้หนึ่งอายุสามสิบต้น ๆ ถอดเสื้อแบกหินอยู่ริมแม่น้ำ บนคานไม้ขนาดเท่าต้นขามีหินหนักพันจินห้อยอยู่ เขากับคนอื่น ๆ อีกหลายคนค่อย ๆ ยกหินขึ้นไปตามขั้นบันไดหินสู่คันดิน
ที่น่าตกตะลึงก็คือ ห้าหกคนกำยำแบกปลายด้านหน้าของคานไม้ ส่วนปลายด้านหลังมีเพียงเขาคนเดียว
ร่างบุรุษชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ แต่หาได้แสดงท่าว่าลำบากไม่ แต่ละย่างก้าวหนักแน่นมั่นคงผิดธรรมดา กล้ามเนื้อแข็งแรงพูนตัวดั่งกรวดหินริมแม่น้ำ เขากลั้นลมหายใจยกหินหนักพันจินนี้ขึ้นไปบนคันดินได้ในคราเดียว
วางหินมหึมาลงแล้ว หนุ่มกำยำเหล่านั้นล้มลงนอนแผ่กับพื้น หายใจหอบกระเส่า ชายหนวดเคราครึ้มผู้หนึ่งชี้นิ้วไปที่บุรุษผู้นั้นแล้วว่า
“ไอ้สวีหมานจื่อเวรตะไล เจ้ากลืนเนื้อมังกรเข้าไปหรืออย่างไร เรี่ยวแรงอย่างนี้ทำเอาคนกลัวตายชัก!”
บุรุษกำยำเพียงยิ้มจาง ๆ หาได้ปริปากไม่ เขาทำงานที่นี่ รับค่าจ้างคนเดียวสามส่วน แต่ไม่มีผู้ใดปริปากบ่น กระทั่งรู้สึกว่าให้น้อยไปเสียด้วยซ้ำ
ขณะเขากำลังจะหันหลังเดินลงขั้นบันไดหิน เสียงของหัวหน้าคุมงานก็ดังมาจากด้านบน
“สวีหมานจื่อ มีจดหมายของเจ้า มาจากนครเทวะ!”
ทุกคนได้ยินก็พากันประหลาดใจ “โย! สวีหมานจื่อ ดูไม่ออกเลยว่าเจ้ามีญาติอยู่ในนครเทวะ?”
