นอกหน้าต่าง ไฟนีออนยังคงกะพริบระยิบระยับ
ซูหลินยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูราตรีอันอึกทึกครึกโครมของเมืองมืดมน ขณะที่ในหัวกลับฉายภาพชื่อเหล่านั้นที่เห็นในโถงใหญ่เมื่อครู่วนซ้ำไปมา
ชื่อเรียงรายแน่นขนัด สลักเต็มแผ่นหินทั้งแผ่น
อย่างน้อยก็หลายหมื่นชื่อ
ตอนนั้นเขาไม่ได้สังเกตให้ละเอียด พอมานึกย้อนดูตอนนี้ ถึงค่อยรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ในบรรดาชื่อเหล่านั้น มีอยู่ส่วนหนึ่งที่เขารู้จัก เป็นชื่อของมนุษย์ เขียนด้วยอักษรของโลกนี้
แต่ชื่อส่วนใหญ่ เขากลับไม่รู้จัก
ลายเส้นของอักษรเหล่านั้นบิดเบี้ยวพิกล บางตัวเหมือนรอยที่แมลงคลานผ่าน บางตัวเหมือนสัญลักษณ์ที่ประกอบขึ้นจากรูปทรงเรขาคณิต ส่วนบางตัวก็เป็นแค่จุดหนึ่งจุดกับเส้นโค้งไม่กี่เส้น ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย
ตอนนั้นเขามัวแต่สนใจรับรางวัล ไม่ได้คิดให้ลึกซึ้ง
แต่ตอนนี้ยิ่งคิด ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ทั้งโถงใหญ่ในหุบเหวโลหิต และวังในห้วงเลือดกระดูก ต่างก็สลักชื่อเอาไว้
ชื่อของคนตาย
แต่ทำไมในบรรดาชื่อเหล่านั้น ถึงมีอักษรที่เขาไม่รู้จักอยู่ด้วย?
รอยแยกแห่งนี้ ไม่ใช่ว่ามีแต่คนจากโลกของพวกเขาเข้าไปหรอกหรือ?
ก็ควรจะมีแค่ชื่อของคนหกร้อยกว่าคนไม่ใช่หรือ?
แล้วชื่ออื่น ๆ เป็นของใคร?
เป็นคนจากอีกโลกหนึ่งหรือ?
เขานึกถึงชายชราในนรกโลหิต
ชายชราสวมเสื้อคลุมสีแดงเลือด ผมขาวโพลน น้ำเสียงเย็นเยียบชวนขนลุก แต่ตอนมอบรางวัลให้เขาในท้ายที่สุด แววตากลับเปี่ยมด้วยความชื่นชมอย่างจริงใจ
ชายชราคนนั้นเป็นมนุษย์หรือไม่?
ถ้าเป็นมนุษย์ ทำไมถึงไปอยู่ในสถานที่แบบนั้นได้? ถ้าไม่ใช่มนุษย์ แล้วเป็นอะไร?
เขานึกถึงมนุษย์กระดูกในห้วงเลือดกระดูกขึ้นมาอีกครั้ง
ไร้ใบหน้า มีเพียงกระดูกแน่นขนัดประกอบขึ้นเป็นรูปร่างมนุษย์
มันพูดว่า “เจ้าเป็นคนแรกที่ยืนหยัดจนถึงที่สุด”
คนแรก
ก่อนหน้านี้ คนหกร้อยกว่าคนล้วนตายหมดแล้ว
ตายในป่ากระดูก ตายใต้คมดาบของกองทัพวิญญาณมรณะ
แต่ชื่อของพวกเขากลับถูกสลักไว้บนแผ่นหิน
ชื่อหลายหมื่นชื่อนั้น เป็นชื่อของทุกคนที่ตายในรอยแยกตลอดหลายร้อยปีหรือว่า...
