“อวี้หลาน…”
เจิ้งซือหยวนยกมือขึ้น ดึงหน้ากากอนามัยให้กระชับขึ้นเล็กน้อย แล้วเรียกชื่อเฉินอวี้หลานเสียงเบา
“พวกเรา…คุยกันหน่อยได้ไหม…”
เขาเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาสงบนิ่งดุจสายน้ำของเฉินอวี้หลาน หัวใจก็พลันสั่นไหวขึ้นมา
ไม่เจอกันแค่สองวัน เฉินอวี้หลานกลับเปลี่ยนไปมากขึ้นอีกแล้ว
ดูเหมือนว่า…ผิวเธอจะขาวขึ้นเล็กน้อย จุดด่างดำบนใบหน้าก็จางลง ริ้วรอยตรงหางตาเรียบเนียนขึ้นไม่น้อย
กลิ่นควันไฟบนตัวเธอก็หายไปแล้ว กลับมีเพียงกลิ่นหอมอ่อน ๆ สะอาดละมุนอบอวลอยู่รอบกาย
เขากระแอมเบา ๆ อย่างกระอักกระอ่วน
“ให้โอกาสผมพูดสิ่งที่อยากพูดให้จบได้ไหม ผมรับรองว่าจากนี้ไปจะไม่มารบกวนคุณอีกเด็ดขาด”
เขาพยายามปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยนที่สุด
เขายังจำได้ ตอนที่ทั้งสองเพิ่งแต่งงานกันใหม่ ๆ เฉินอวี้หลานเคยบอกว่าเสียงของเขาไพเราะ ฟังดูมีความเป็นบัณฑิต ทำให้คนฟังอดนึกถึงภาพคุณชายรูปงามสง่าขึ้นมาไม่ได้
เขาคิดว่าเฉินอวี้หลานคงยังชอบเขาอยู่ เพียงแต่เรื่องหย่าทำให้เธอเจ็บปวดมากเกินไป จึงไม่ยอมให้อภัยเขาเสียที
แต่พอเฉินอวี้หลานได้ยินน้ำเสียงเสแสร้งอ่อนหวานของเขา ก็ขมวดคิ้วทันที
เธอจ้องเจิ้งซือหยวน แววตาและสีหน้าไม่มีความอ่อนโยนลึกซึ้งอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวังแม้แต่น้อย มีเพียงความรังเกียจ รังเกียจอย่างที่สุด
“ไสหัวไป!”
เฉินอวี้หลานไม่ได้พูดเสียงดัง แต่ถึงจะเป็นคำสุภาพ คนในห้องไลฟ์สดก็พอเดาได้จากรูปปาก
【เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? คุณย่าอวี้หลานโกรธแล้ว! คนที่มาซื้อซาลาเปาคนนั้นเป็นใคร? มีใครอยู่ตรงนั้นไหม? เป็นอดีตสามีที่นอกใจหรือแม่สามีใจร้ายกัน?】
