เฉินอวี้หลานเห็นขบวนคนที่ยกโขยงกันมาด้วย ใจเธอดิ่งวูบ ลางสังหรณ์ไม่ดีเอาเสียเลย แต่ตอนนี้คิดจะหนีก็สายเกินไปแล้ว เพราะซาลาเปาของเธอยังเหลือเกือบครึ่งที่ยังขายไม่หมด
คนกลุ่มนั้นเดินตรงมาหาเธออย่างเอาเรื่อง เธอจึงทำได้เพียงเร่งมือให้เร็วขึ้น ส่งซาลาเปาที่ห่อเสร็จแล้วให้ลูกค้าซึ่งกำลังต่อแถวอยู่ตรงหน้า
พ่อค้าแม่ค้ารอบข้างต่างมีสีหน้าสมน้ำหน้า
“ไม่มีใบรับรองสุขภาพยังกล้าขายตั้งเยอะ เดี๋ยวก็โดนปรับจนหมดตัวหรอก!”
“ปรับเหรอ? ถ้าเขาไม่คว่ำรถเข็นเธอตรงนี้ก็นับว่าเธอโชคดีแล้ว!”
แถวเมืองมหาวิทยาลัยไม่เคยมีใครเห็นทีมตำรวจเทศบาลใช้ความรุนแรงในการปฏิบัติหน้าที่ ต่อให้แผงไหนทำผิดระเบียบ พวกเขาก็จะอดทนเจรจากับเจ้าของแผงเสมอ
ลูกค้าที่กำลังต่อแถวฟังแล้วก็โกรธจนแทบทนไม่ไหว
เห็นชัด ๆ ว่าพวกเขาจงใจข่มขู่คุณย่าอวี้หลาน เป็นพ่อค้าแม่ค้าเหมือนกันแท้ ๆ ทำไมพอเห็นร้านคนอื่นขายดีก็ถึงได้มุ่งร้ายขนาดนี้?
มีเวลามัวแต่อิจฉาคนอื่น ทำไมไม่เอาเวลาไปปรับปรุงคุณภาพวัตถุดิบของตัวเองให้ดีขึ้นล่ะ?
ไม่นาน แผงของเฉินอวี้หลานก็ถูกเจ้าหน้าที่ทีมตำรวจเทศบาลล้อมไว้อย่างแน่นหนา
เจ้าของแผงหมี่เย็นย่างรีบเข้ามาหา พลางยิ้มประจบประแจง “หัวหน้าคะ วันนี้มาตรวจอะไรหรือคะ? พวกเรามีใบรับรองสุขภาพกันหมดแล้ว ทั้งยังไปลงทะเบียนกับชุมชนและเขตเรียบร้อย เป็นการค้าขายที่ถูกกฎหมายค่ะ!”
“ฝั่งตรงข้ามเป็นเมืองมหาวิทยาลัย ของที่นักศึกษากินเข้าไปพวกเราย่อมใส่ใจอยู่แล้ว ไม่มีทางใช้วัตถุดิบคุณภาพต่ำหรือของห่วย ๆ แน่นอน แต่พวกที่เพิ่งมาใหม่บางคน...”
