เมื่อถูกทุกคนชี้หน้าต่อว่า เจิ้งซือหยวนก็ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
ในหมู่บ้าน เขามักสร้างภาพลักษณ์เป็นคนรักครอบครัว ขยันขันแข็ง รักภรรยารักลูก และมีเกียรติ
แต่ตอนนี้กลับถูกตำหนิต่อหน้าผู้คนมากมาย จนไม่มีแม้แต่โอกาสจะโต้เถียง
ภาพลักษณ์ที่เขาอุตส่าห์สร้างมาตลอดหลายปี ถูกเฉินอวี้หลานฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดี
เขาจึงตัดสินใจปล่อยให้ทุกอย่างพังไปเสียเลย
“เฉินอวี้หลาน ฉันว่าแกคงไม่อยากใช้ชีวิตด้วยกันแล้วสินะ แกอยากหย่ากับฉันไม่ใช่หรือ? ได้ ฉันจะทำตามที่แกต้องการ!”
เจิ้งซือหยวนเบียดฝ่าฝูงชนอย่างหมดสภาพ หนีลงบันไดไปยังร้านถ่ายเอกสารแห่งเดียวในหมู่บ้านทันที
ชั้นบน
พี่หวังเพื่อนบ้านเก็บเอกสารหย่าร้างที่กระจัดกระจายเต็มพื้นขึ้นมา แล้วยื่นคืนให้เฉินอวี้หลาน
“อวี้หลาน ถ้ามีเรื่องอัดอั้นใจก็พูดออกมาเถอะ ไม่เป็นไรหรอก บ้านไหนไม่มีเรื่องให้กลุ้มใจบ้างล่ะ แทนที่จะเก็บไว้จนตัวเองป่วย พูดออกมาให้สบายใจดีกว่า!”
“คนอื่นจะหัวเราะเยาะก็ปล่อยเขาไปเถอะ ชีวิตก็เป็นของเรา ใช้ให้ตัวเองมีความสุขก็พอ”
เฉินอวี้หลานกุมมือพี่หวังไว้ พยักหน้าทั้งน้ำตาคลอ “ฉันรู้แล้วค่ะ”
เจิ้งซือหยวนก่อเรื่องวุ่นวายอยู่นานจนเกือบครึ่งคืน พรุ่งนี้แต่ละบ้านยังมีงานของตัวเองต้องทำ หลังจากปลอบเฉินอวี้หลานอยู่สองสามคำ ทุกคนก็ทยอยกลับไปนอน
ในชีวิตประจำวันที่แสนเรียบง่ายนี้ หากบ้านไหนเกิดเรื่องขึ้นมา ก็มักกลายเป็นหัวข้อสนทนาของแต่ละบ้านหลังมื้ออาหารได้ง่าย ๆ
