หลิ่วซื่อเยว่รีบรุดมายังหุยชุนถัง เสี่ยวเอ้อมองเห็นนางก็ยิ้มแย้มต้อนรับทันที “คุณหนูหลิ่ว ครานี้มีธุระอันใดหรือ”
“อืม ข้าพบผู้ดูแลร้าน พอดีมีเรื่องจะหารือ”
เสี่ยวเอ้อได้ยินว่าพบผู้ดูแลร้านก็เข้าไปแจ้งข่าวทันที เพียงครู่ก็ออกมา “คุณหนูหลิ่ว ผู้ดูแลเชิญท่านเข้าไปขอรับ”
ผู้ดูแลร้านลอบคิดในใจ นางจะมาหารือเรื่องใดกับตน มิใช่จะมาทวงน้ำผึ้งคืนกระมัง หากเป็นเช่นนั้นก็ไร้ซึ่งความน่าเชื่อถือเสียแล้ว ยังจะต้องเสียทีที่เมื่อครู่ตนมองนางสูงขึ้นอีกขั้น
หลิ่วซือเยว่เข้าไปแล้วคารวะก่อน ผู้ดูแลร้านกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำ “คุณหนูหลิ่ว ไปแล้วกลับมาเล่า มีเรื่องใดจะหารือกับข้าหรือ”
“ท่านหวังผู้ดูแล เมื่อครู่ข้าได้ยินในตลาดว่า ภริยาท่านเจ้าเมืองและคุณหนูป่วยด้วยโรคพันแผล หมอในอำเภอและหมอที่เรียนเชิญมาจากจวนอุปราชต่างก็รักษามิได้ ทั้งสองคนกำลังทนทุกข์ทรมานจากพิษป่วย”
ผู้ดูแลร้านได้ฟังก็รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเช่นนี้เอง หาใช่ที่ตนคิดต่ำทรามไม่ จึงถอนหายใจ “ก็เป็นเช่นนั้น ท่านเจ้าเมืองเป็นขุนนางดีที่ใจดีต่อราษฎร บ้านเขาเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ราษฎรทั้งหลายต่างก็เป็นห่วงยิ่ง ยังมีราษฎรเดินทางไปวัดเพื่ออธิษฐานขอพรให้ภริยาและคุณหนูของท่านเจ้าเมืองด้วย
หมอหลีเองก็ไปที่จวนทุกวันเพื่อฝังเข็มบรรเทาความเจ็บปวดให้ชั่วคราว”
“ท่านหวังผู้ดูแล ข้าเคยเห็นวิธีรักษาโรคนี้ในตำราเก่าแก่โดยบังเอิญ ที่ยังจำได้จนวันนี้เพราะครั้งนั้นถูกชื่อ ‘พันแผล’ ดึงดูดความสนใจ ข้ายังเคยถามหมอแก่ที่ตั้งแผงรักษาโรคว่า ‘โรคพันแผล’ คืออะไร เขาชี้ตำราให้ข้าดู ข้าจึงจำได้ว่าเขาบอกว่า มีตุ่มขึ้นเต็มตัว ปวดไปทั้งร่าง
